" กอปศ." ชงปรับสมรรถนะผู้บริหารยุคใหม่ 4 ด้าน

  • หมวดหมู่ : การศึกษา วันที่ : 15 พฤษภาคม 2562
  • เข้าดู : 29 ครั้ง

กอปศ. ชงปรับสมรรถนะผู้บริหารยุคใหม่ 4 ด้าน

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม นายศิริเดช สุชีวะ กรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา(กอปศ.) ในฐานะประธานอนุกรรมการครูและอาจารย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมกอปศ. ที่นพ.จรัส สุวรรณเวลา เป็นประธาน เสนอให้ปรับเปลี่ยนสมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษา ซึ่งจะเน้นในส่วนของผู้บริหารสถานศึกษาในต่างจังหวัด ทั้งผู้อำนวยการโรงเรียน และผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) โดยบทบาทเดิม ซึ่งทำกันเป็นส่วนใหญ่ คือการส่งต่อนโยบาย จากรัฐบาลมาสู่โรงเรียน กำกับติดตามประเมินผล และรายงานสู่ส่วนกลาง โดยจากการรวบรวมข้อมูลและสอบถามความคิดเห็นผู้เกี่ยวข้องพบว่า สิ่งที่ต้องเปลี่ยนแปลง คือ ผู้บริหารสถานศึกษามีหน้าที่ส่งเสริมสนับสนุนและเชื่อมโยงการทำงาน ซึ่งเป็นหัวใจของผู้บริหารยุคใหม่ที่ต้องมี ประกอบด้วยสมรรถนะสำคัญ 4 ด้าน 12 สมรรถนะ อย่างแรก เป็นผู้นำการเรียนรู้ ประกอบไปด้วย สามารถเรียนรู้เนื้องานที่ต้องทำตามบทบาทหน้าที่และหลักการแนวทางพัฒนาผู้เรียน สร้างผู้นำทางวิชาการและเปิดรับแนวคิดใหม่ ๆ

นายศิริเดช กล่าวต่อว่า ด้านที่ 2 การเป็นผู้นำทางความคิดและการปฏิบัติตน ประกอบด้วย การเป็นผู้ที่มีชุดความคิดที่เติบโต เห็นปัญหาอุปสรรคและเรียนรู้ การคิดอย่างเป็นระบบ และการเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติงานและปฏิบัติตนให้กับบุคลากร ทั้งด้านความซื่อสัตย์ ความเป็นธรรม และความเป็นประชาธิปไตย ด้านที่ 3 การเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงและท้าทาย ประกอบด้วย สามารถสร้างแรงบันดาลใจและจูงใจทีมงานให้มุ่งสู่ผลลัพธ์ที่ท้าทายได้ เสริมพลังให้เกิดความร่วมมือร่วมใจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และสามารถบริหารจัดการจัดสรรทรัพยากรทั้งภายใน ภายนอกมุ่งสู่ผลลัพธ์ที่ท้าทาย

ด้านที่ 4 การเป็นผู้สนับสนุนเชื่อมโยงและสร้างเครือข่าย ซึ่งจะเป็นบทบาทที่ชัดเจนกว่าที่เคยเป็น โดยจะต้องสามารถเชื่อมโยงนโยบายไปสู่การปฏิบัติ ในการพัฒนาระบบงานให้เรียบง่ายและยืดหยุ่น สอดคล้องกับระบบงาน ขององค์กร จากเดิมสิ่งที่ผู้บริหารเขตพื้นที่ฯ และผู้บริหารโรงเรียนทำคือ รับโยบายแล้วนำมาสู่โรงเรียน โดยที่ไม่ได้ทีการทำนโยบายให้อยู่ในรูปแบบที่สามารถปฏิบัติได้ มีความยืดหยุ่นและไม่เป็นภาระงานกับโรงเรียน ขณะเดียวกันจะต้องสามารถสื่อสารเป้าหมายของงานให้ง่ายต่อการปฏิบัติ สนับสนุนบุคลากรให้พร้อมทำงานร่วมกันให้บรรลุเป้าหมายที่ท้าทายได้ ทั้งนี้ความสามารถในการสื่อสารนโยบายเป็นเรื่องสำคัญ หากผู้บริหารการศึกษาในเขตพื้นที่ฯยังไม่เข้าใจนโยบาย การสื่อสารก็จะเป็นปัญหาเช่นทุกวันนี้ และสุดท้าย คือ สามารถสร้างเครือข่ายการทำงานในหลายลักษณะทั้งภายในและภายนอก ระดับพื้นที่และระดับประเทศ เพื่อมุ่งสู่ผลลัพธ์ที่ท้าทายได้ นายศิริเดช กล่าว

 

 

ที่มา https://www.matichon.co.th/education/news_1496374

ร่วมแสดงความคิดเห็น