กอปศ.ชำแหละ" โครงสร้าง ศธ." ใช้บุคลากรมาก-ผูกขาดอำนาจ

  • หมวดหมู่ : การศึกษา วันที่ : 14 พฤษภาคม 2562
  • เข้าดู : 30 ครั้ง

เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม นายชัยยุทธ ปัญญสวัสดิ์สุทธิ์ กรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) ในฐานะประธานอนุกรรมการปฏิรูปโครงสร้างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา เปิดเผยภายหลังการประชุม กอปศ. ที่มีนพ.จรัส สุวรรณเวลา เป็นประธานว่า ที่ประชุมได้พิจารณาการปรับโครงสร้างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ซึ่งได้ประชุมรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องมาระดับหนึ่ง โดยสรุปลักษณะปัญหาโครงสร้างศธ. พบว่า ผูกขาดการบริหารงานอยู่ที่ส่วนกลางค่อนข้างมาก การกระจายอำนาจ ความรับผิดชอบและงบประมาณ ลงไปสู่สถานศึกษาอยู่ในจุดที่ควรแก้ไข ขณะที่ระบบการบริหารการศึกษา ซึ่งมอบให้จัดหวัดเป็นจุดยุทธศาสตร์ ยังไม่สามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมาย นโยบายยังขาดความต่อเนื่อง เมื่อมีความเปลี่ยนแปลง ทำให้ประสิทธิผลต่ำ

นายชัยยุทธ กล่าวต่อว่า ปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างแท้จริง คือศธ. ยังใช้บุคลากร 4-5 แสนคน ซึ่งถือว่าเป็นระบบที่ใหญ่มาก เมื่อมีคนมากจำเป็นต้องสร้างระบบธรรมาภิบาลที่ดี แต่พบว่า มีปัญหาในการโยกย้าย ดังนั้นการทำงานในอนาคตจึงควรคำนึงถึงจำนวนผู้เรียนที่ลดลง และปรับให้เหมาะสมกับการทำงาน โดยกอปศ.มองว่า ถ้าจะปรับโครงสร้างควรมีหลักคิดในเรื่องการแบ่งอำนาจหน้าที่ การจัดการศึกษาในจังหวัด ที่จะต้องมีการถ่วงดุล ส่วนองค์กรหลักแท่งต่าง ๆ ควรมีบทบาทสนับสนุนการจัดการศึกษา ลดความซ้ำซ้อน โดยควรมีระบบสารสนเทศกลาง หรือบิ๊กดาต้าใช้วางแผนงานเชิงยุทธศาสตร์ ขณะที่การบริหารงานบุคคลควรมีลักษณะเดียวกับคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ทำหน้าที่ในการวางกฎเกณฑ์เข้าสู่ตำแหน่ง แต่กระบวนการสรรหาและบรรจุแต่งตั้ง ให้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องต่อไป

ปัญหาการปฏิรูปการศึกษาที่มีมาตั้งแต่พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 คือ การพยายามส่งเสริมการเป็นนิติบุคคลของสถานศึกษา แต่ยังมีอุปสรรค เป็นที่มาให้มีการผลักดันแนวคิดให้สถานศึกษามีความเป็นอิสระใน 4 ด้าน คือ การบริหารงานทั่วไป การบริการงานวิชาการ งานบุคคล และงบประมาณ กอปศ.จึงเสนอว่าด้านวิชาการ ควรตั้งสถาบันเพื่อดูแลหลักสูตร มีช่องทางช่วยเหลือโรงเรียนในการพัฒนางานวิชาการให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ ส่วนงบ ในร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ . ซึ่งได้เสนอรัฐบาลไปแล้ว มีการเปิดช่องทางอิสระให้โรงเรียนสามารถหารายได้มากขึ้น เปิดช่องทางทบทวนความเหมาะสมในการเป็นอิสระตามความพร้อมของโรงเรียน รวมถึงคำนวณงบให้เหมาะสมกับความอิสระเพื่อการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ นายชัยยุทธกล่าว

 

 

ที่มา https://www.matichon.co.th/education/news_1494466

ร่วมแสดงความคิดเห็น