ถก โออีซีดี ขอตรวจแปลข้อสอบพิซา

  • หมวดหมู่ : การศึกษา วันที่ : 21 มิถุนายน 2561
  • เข้าดู : 369 ครั้ง

รมว.ศึกษาธิการ เตรียมความพร้อมสอบพิซาปี 2018 ถก โออีซีดี ขอตรวจการแปลข้อสอบพิซา หลัง นักภาษาศาสตร์ พบ การแปลงข้อสอบจากอังกฤษเป็นไทย ทำเด็กไม่เข้าใจเนื้อหา

วันนี้ (20 มิ.ย.) ที่ รร.บางกอกพาเลซ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวตอนหนึ่งในการประชุมเตรียมความพร้อมเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินโครงการประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติ หรือ พิซา ประจำปี 2561 ว่า ครั้งที่ 7 ในเดือนสิงหาคม จะมีการสอบพิซา ในกลุ่มนักเรียนอายุ 15 ปี ซึ่งเราจะต้องมีการตรียมความพร้อม และถอดบทเรียนการสอบพิซาจากอดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการสอบพิซามีความสำคัญ ซึ่งเด็กส่วนใหญ่มองว่าการสอบพิซาสอบไปทำไม และมีการวิเคราะห์อย่างไร รวมถึงถูกนำไปใช้ในรูปแบบไหน แต่ความจริงแล้วการสอบพิซาเป็นเหมือนปรอทวัดอุณหภูมิด้านการศึกษา เพราะบางประเทศใช้ประเด็นเรื่องคะแนนพิซาในการโจมตีรัฐบาล อีกทั้งด้านเศรษฐกิจการที่นักลงทุนจะมาลงทุนในประเทศต่างๆก็จะต้องดูเรื่องการศึกษาโดยใช้คะแนนการสอบพิซาเป็นพื้นฐาน ซึ่งการสอบพิซาไม่สามารถไปกวดวิชาได้ เพราะข้อสอบพิซาจะเป็นรูปแบบวัดความคิดวิเคราะห์และการอธิบายในสถานการณ์ต่างๆ ดังนั้นการสอบพิซาจะทำให้เด็กคุ้นเคยกับข้อสอบมากขึ้น ขณะเดียวกันการคะแนนการสอบพิซาของเด็กไทยก็ไม่ได้ต่ำสุด ซึ่งถือว่าเรายังไม่ได้แพ้ใครในโลก

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้เมื่อเร็วๆนี้ตนได้หารือร่วมกับประธานองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาหรือ โออีซีดี เพื่อแก้ไขปัญหาการติดขัดการสอบพิซาของไทย คือ ในปีนี้ข้อสอบพิซาจะเน้นการอ่าน ซึ่งจะมีปัญหาเรื่องการแปลข้อสอบจากภาษาอังกฤษมาเป็นภาษาไทย โดยเรื่องนี้เป็นประเด็นสำคัญทั่วโลกไม่ใช่แค่เฉพาะประเทศไทยเท่านั้น เพราะนักภาษาภาศาสตร์แสดงความคิดเห็นว่า ผู้แปลข้อสอบไม่มีความเชี่ยวชาญและแปลเป็นภาษาที่ผู้เข้าสอบเข้าใจได้ยาก ดังนั้นตนจึงเสนอขอตรวจสอบการแปลภาษาก่อนจะมีการสอบเกิดขึ้น ซึ่งตนเข้าใจดีว่าข้อสอบเป็นความลับแต่หากไม่ให้ตรวจแปลภาษาก็จะไม่ยุติธรรมกับเด็กไทย และตนยืนยันหากไม่ให้ตรวจสอบตนก็จะไม่ให้เด็กไทยเข้ารับการทดสอบเช่นกัน ขณะเดียวกันยังหารือประเด็นเด็กในโรงเรียนขยายโอกาส และโรงเรียนขนาดเล็ก ของประเทศไทยส่วนใหญ่มีครูคนเดียวสอนหลายวิชาและหลายชั้นเรียน จึงทำให้ที่ผ่านคะแนนเฉลี่ยการสอบพิซาโดยรวมของประเทศต่ำลง ซึงในหลายประเทศก็ได้ยกเว้นโรงเรียนกลุ่มเหล่านี้ออกไปแล้ว เช่น ประเทศเวียดนาม ไม่ได้นำคะแนนจากโรงเรียนเหล่านี้มารวมในคะแนนเฉลี่ยของประเทศ เป็นต้น โดยในส่วนของประเทศไทยยังจะขอคงทดสอบพิซาโรงเรียนกลุ่มนี้อยู่ เพื่อทดสอบคุณภาพการจัดการศึกษาของไทยและปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพ ลดความเหลื่อมล้ำ แต่จะขอโออีซีดีไม่นำคะแนนพิซามารวมกับค่าเฉลี่ยของประเทศ ซึ่งโออีซีดีได้รับทราบในหลักการข้อเสนอดังกล่าวแล้ว

ที่ผ่านมาหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งรับผิดชอบการสอบพิซาเพียงหน่วยงานเดียว จึงตั้งศูนย์พิซาของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ขึ้น เพื่อทำงานยกระดับคะแนนสอบพิซาให้สูงขึ้น และที่สำคัญคือการมีศูนย์นี้ของสพฐ.จะช่วยทำความเข้าใจกับสถานศึกษาได้ง่ายขึ้นถึงกระบวนการสอบต่างๆ เพราะที่ผ่านมามีเสียงสะท้อนจากสถานศึกษาว่า ต้องนำเด็กที่อายุ 15 ปีบริบูรณ์หรือชั้น ม.2 มาสอบ แต่ในต่างประเทศได้นำอายุ 15 ปีแต่ยังไม่ถึง 16ปี หรือเด็กที่กำลังศึกษาในชั้น ม.4 มาร่วมทดสอบ จึงทำให้คะแนนพิซาเหลื่อมล้ำ ดังนั้นศูนย์นี้จะต้องไปดูและทำความเข้าใจใหม่ว่าการนำเด็กเข้าทดสอบจะต้องยึดช่วงอายุไม่ใช่ยึดชั้นเรียน ทั้งนี้ผมตั้งเป้าให้ศูนย์ดังกล่าวดูแลภาพรวมการสอบพิซาให้มีคะแนนสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วย นพ.ธีระเกียรติ กล่าว

 

 

ที่มา : https://www.dailynews.co.th/education/650359

ร่วมแสดงความคิดเห็น