สถานี ก.ค.ศ. : การชี้แจงข้อร้องเรียนกรณีการประเมินวิทยฐานะ ว 13/2556

  • หมวดหมู่ : การศึกษา วันที่ : 19 มิถุนายน 2561
  • เข้าดู : 66 ครั้ง

สถานี ก.ค.ศ.
การชี้แจงข้อร้องเรียนกรณีการประเมินวิทยฐานะ ว 13/2556 (1)

ตามที่มีข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ยื่นคำขอตามหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินวิทยฐานะ ว 13/2556 ได้ยื่นข้อเรียกร้องให้สำนักงาน ก.ค.ศ. ชี้แจงและทบทวนให้กับผู้ได้รับผลกระทบ นั้น สำนักงาน ก.ค.ศ. ขอเรียนชี้แจงแต่ละประเด็นในเบื้องต้น ดังนี้

1. ผลงานดีเด่นที่ประสพผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์ไม่เป็นธรรม เนื่องจากรางวัลที่ไม่ได้กำหนดไว้ใน ว 13/2556 ก.ค.ศ. อนุมัติไห้เทียบเคียงได้ แต่ครั้งนี้ ว 1/2559 ก.ค.ศ. ไม่พิจารณาผลงานเทียบเคียง

ขอเรียนว่า เมื่อครั้งที่มีการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้มีผลงานดีเด่นที่ประสพผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์มีวิทยฐานะหรือเลื่อนวิทยฐานะ ครั้งแรก (ว 5/2554) ในปี พ.ศ. 2554 นั้น ด้วยความที่เป็นหลักเกณฑ์ใหม่เพิ่งประกาศใช้ จึงทำให้ส่วนราชการนำเสนอรางวัลให้ ก.ค.ศ. พิจารณาจำนวนไม่มาก และ ก.ค.ศ. ได้พิจารณารับรองรางวัลสูงสุดระดับชาติขึ้นไป จำนวน 145 รางวัล (ว 12/2554 ว 15/2554 ว 10/2555 และ ว 13/2556) ซึ่งเมื่อมีการพิจารณาคุณสมบัติของผู้ขอผลงานเทียบเคียง ปรากฏว่ามีการเสนอผลงานที่ได้รับรางวัลต่าง ๆ ที่ส่วนราชการไม่ได้เสนอให้ ก.ค.ศ. รับรองมาแต่ต้น ซึ่งหลายรางวัลมีองค์ประกอบเช่นเดียวกับรางวัลสูงสุดระดับชาติขึ้นไป ก.ค.ศ. จึงพิจารณาให้นำผลงานที่ได้รับรางวัลเหล่านั้นมาเสนอเป็นผลงานเทียบเคียงได้

ต่อมาในปี พ.ศ. 2558 – 2559 ส่วนราชการมีข้อมูลและความพร้อมมากขึ้น เมื่อ ก.ค.ศ. เปิดให้มีการยื่นคำขอได้อีกครั้ง จึงได้เสนอรางวัลให้ ก.ค.ศ. รับรองเป็นรางวัลสูงสุดระดับชาติขึ้นไปเป็นจำนวนมาก (539 รางวัล) แต่เนื่องจากบางหน่วยงานมีการให้รางวัลเพิ่มเติมและยังมิได้เสนอให้ ก.ค.ศ. พิจารณา หรือบางรางวัลที่เคยรับรองแล้ว ต่อมามีการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์และวิธีการให้รางวัล ดังนั้น เพื่อให้การพิจารณามีมาตรฐานจึงจำเป็นต้องมีการทบทวนรางวัลใหม่ โดยให้ส่วนราชการที่เสนอรางวัลได้มีส่วนร่วมในการพิจารณารับรองด้วยทุกครั้ง และ ก.ค.ศ. ได้พิจารณามีมติรับรองจำนวน 203 รางวัล (ว 1/2559) ด้วยเหตุนี้ จึงไม่สามารถนำรางวัลที่ ก.ค.ศ. ได้เคยพิจารณาแต่ต้นแล้วว่ามีคุณภาพไม่ถึงเกณฑ์รางวัลสูงสุดระดับชาติขึ้นไป (336 รางวัล) มาเสนอขอเทียบเคียงได้อีก อย่างไรก็ดี ก.ค.ศ. ได้เปิดโอกาสให้นำผลงานมาเสนอเทียบเคียงเป็นรางวัลสูงสุดระดับชาติขึ้นไป โดยให้วิเคราะห์ตามองค์ประกอบ 4 องค์ประกอบ ที่ ก.ค.ศ. กำหนด ได้แก่ (1) ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพการปฏิบัติงานจนเป็นที่ประจักษ์และมีหลักฐานชัดเจน (2) มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ (3) เป็นที่ยอมรับของผู้บังคับบัญชา ผู้ร่วมงาน ชุมชน สังคม วงวิชาการ และวงวิชาชีพ และ (4) เป็นแบบอย่างที่ให้ผู้อื่นสามารถนำไปปฏิบัติหรือประยุกต์ใช้ได้ โดยต้องมีเอกสารหลักฐานมาประกอบการพิจารณาด้วยมิใช่นำรางวัลที่ ก.ค.ศ. ไม่รับรองมาเทียบเคียง ฉะนั้นการพิจารณาจึงมีมาตรฐานตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด ไม่เกิดความลักลั่น และเป็นการยืนยันสร้างความเชื่อมั่นได้ว่ามีความเป็นธรรมในกระบวนการพิจารณาในทุกระดับ

2. ใช้เวลาในการพิจารณานานเกินไป ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 ทำให้หลายคนเสียสิทธิ์ เพราะจะเกษียณอายุราชการ

ขอเรียนว่า ส่วนราชการได้เสนอรายชื่อและส่งคำขอของผู้ที่ได้รับการคัดเลือกถึงสำนักงาน ก.ค.ศ. เมื่อเดือนกันยายน 2559 และการดำเนินการตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวมีหลายขั้นตอน ต้องใช้ความละเอียด รอบคอบ ในการพิจารณาคุณสมบัติในแต่ละสายงานเพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน และแม้ว่าสำนักงาน ก.ค.ศ. มีข้อจำกัดด้านจำนวนบุคลากรที่รับผิดชอบเรื่องดังกล่าว จำนวน 22 คน ซึ่งเป็นอัตรากำลังที่น้อยมาก เมื่อเทียบกับจำนวนคำขอทั้งสิ้น 5,337 ราย แต่ก็ได้ให้ความสำคัญในการวางแผนการดำเนินงานเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจังมาโดยตลอด ด้วยการจัดลำดับความสำคัญในการวิเคราะห์คำขอของผู้ที่เกษียณอายุราชการในแต่ละปีตามลำดับก่อน เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อผู้ที่จะเกษียณอายุราชการ ทั้งนี้ ได้จัดประชุมอนุกรรมการวิสามัญเฉพาะกิจฯ ที่เกี่ยวข้อง ทั้ง 3 คณะฯ เพื่อพิจารณาคุณสมบัติของผู้ขออย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ซึ่งที่ผ่านมาได้นำเสนอไปแล้ว จำนวน 1,888 ราย เป็นผู้มีคุณสมบัติ 364 ราย และเป็นผู้ไม่มีคุณสมบัติ 1,524 ราย และเจ้าหน้าที่ได้วิเคราะห์แล้ว รอเสนอที่ประชุมอนุกรรมการวิสามัญเฉพาะกิจฯ จำนวน 1,790 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 15 มิ.ย. 61) พร้อมทั้งได้แจ้งผลการพิจารณาคุณสมบัติให้ส่วนราชการต้นสังกัดทราบเป็นระยะ ๆ อย่างต่อเนื่อง สำหรับกรณีผู้ไม่มีคุณสมบัติ ในระยะแรกเป็นการแจ้งรายชื่อให้ส่วนราชการทราบเป็นข้อมูลเบื้องต้นก่อน และสำนักงาน ก.ค.ศ. จะได้แจ้งเหตุผลตามที่ ก.ค.ศ. มีมติว่าไม่มีคุณสมบัติให้ส่วนราชการต้นสังกัดทราบเพื่อแจ้งผู้ขอต่อไป ส่วนข้อกังวลเกี่ยวกับการเสียสิทธินั้น ผู้ที่ยื่นคำขอตามหลักเกณฑ์ ว 13/2556 ก็สามารถยื่นคำขอตามหลักเกณฑ์ ว 17/2552 ได้ในคราวเดียวกัน จึงไม่ได้ทำให้เสียสิทธิแต่ประการใด

จะนำเสนอการพิจารณาคุณสมบัติกรณีผู้ขอเสนอผลงานดีเด่นที่มีคุณภาพเทียบเคียงกับผลงานที่ได้รับรางวัลสูงสุดระดับชาติขึ้นไป

ผลงานดีเด่นที่มีคุณภาพเทียบเคียงกับผลงานที่ได้รับรางวัลสูงสุดระดับชาติขึ้นไป เป็นผลงานที่ผู้ขอรับ
การประเมินที่มีผลงานดีเด่นที่ได้ดำเนินการแล้วประสบความสำเร็จ และนำมาเสนอขอรับการประเมิน โดย ก.ค.ศ. ต้องพิจารณาผลงานดังกล่าวอีกครั้งว่าสามารถเทียบเคียงได้กับรางวัลสูงระดับชาติขึ้นไปหรือไม่ ในการรายงาน
ผู้ขอต้องรายงานผลงานดีเด่นที่มีคุณภาพเทียบเคียงกับผลงานที่ได้รับรางวัลสูงสุดระดับชาติขึ้นไป ตามองค์ประกอบ จำนวน 4 หัวข้อ ได้แก่
(1) ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพการปฏิบัติงานจนเป็นที่ประจักษ์และมีหลักฐานชัดเจน
(2) มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
(3) เป็นที่ยอมรับของผู้บังคับบัญชา ผู้ร่วมงาน ชุมชน สังคม วงวิชาการ และวงวิชาชีพ และ
(4) เป็นแบบอย่างที่ให้ผู้อื่นสามารถนำไปปฏิบัติหรือประยุกต์ใช้ได้ โดยต้องมีเอกสารหลักฐานมาประกอบการพิจารณาด้วย

ทั้งนี้ อ.ก.ค.ศ. วิสามัญเฉพาะกิจฯ จะพิจารณาจากการรายงานตามองค์ประกอบและเอกสารการรายงานของผู้ขอเป็นสำคัญ ซึ่งจากการพิจารณาคุณสมบัติในช่วงที่ผ่านมาพบว่า ผู้ขอรับการประเมินส่วนใหญ่รายงานข้อมูล 4 องค์ประกอบ ไม่ชัดเจนและไม่มีหลักฐานประกอบการพิจารณาผลงานดังกล่าว รวมทั้งนำรางวัลที่ ก.ค.ศ. ไม่รับรองเป็นรางวัลสูงสุดระดับชาติขึ้นไป (ก.ค.ศ. รับรอง 203 รางวัล) มาเสนอขอเป็นผลงานเทียบเคียง และผลงานดังกล่าวไม่แสดงให้เห็นว่าเป็นผลงานดีเด่นที่มีคุณภาพเทียบเคียงกับผลงานที่ได้รับรางวัลสูงสุดระดับชาติขึ้นไป

 

ตำแหน่ง

คำขอทั้งหมด

ผลการพิจารณาของ อ.ก.ค.ศ. วิสามัญเฉพาะกิจฯ

วิเคราะห์แล้ว

รอเสนอที่ประชุม อ.ก.ค.ศ. วิสามัญเฉพาะกิจฯ

คงเหลือ

มีคุณสมบัติ

ไม่มีคุณสมบัติ

รวม

ครู

1,883

180

385

565

750

568

ผู้บริหารสถานศึกษา

2,976

164

806

970

1,170

836

ผู้บริหารการศึกษา

375

9

173

182

8

185

ศึกษานิเทศก์

103

4

19

23

10

70

รวม

5,337

357

1,383

1,740

1,938

1,659

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ข้อมูล ณ วันที่ 30 พฤษภาคม 2561

สำหรับจำนวนผลการพิจารณาคุณสมบัตินั้น อ.ก.ค.ศ. วิสามัญเฉพาะกิจฯ ได้พิจารณาไปแล้ว จำนวน 1,740 ราย และขอสรุปข้อมูลที่สำนักงาน ก.ค.ศ. ได้ดำเนินการ ดังนี้

ทั้งนี้ การแจ้งมติ ก.ค.ศ. ให้ส่วนราชการต้นสังกัดทราบนั้น ในระยะแรกเป็นการแจ้งผลการพิจารณาคุณสมบัติเพื่อให้ทราบเป็นข้อมูลเบื้องต้น ซึ่งสำนักงาน ก.ค.ศ. จะได้แจ้งเหตุผลในการพิจารณาสำหรับรายที่ ก.ค.ศ. มีมติว่าไม่มีคุณสมบัติให้ส่วนราชการต้นสังกัดทราบเพื่อแจ้งผู้ขอทราบต่อไป

ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่จะเกษียณอายุราชการในปี พ.ศ. 2561 สำนักงาน ก.ค.ศ. จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคม 2561 นี้ และรายใดที่มีรายชื่อเป็นผู้มีคุณสมบัติและประกาศทางเว็บไซต์แล้วนั้น ก.ค.ศ. จะตั้งคณะกรรมการไปประเมิน ณ สถานที่ปฏิบัติงาน ขอให้ท่านได้เตรียมเอกสารหลักฐานรอรับการประเมินต่อไป

 

พินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์
เลขาธิการ ก.ค.ศ.

ที่มา http://www.otepc.go.th

ร่วมแสดงความคิดเห็น