สพฐ.แจงวางแผนบริหารโครงการอาหารกลางวันเด็ก

  • หมวดหมู่ : การศึกษา วันที่ : 8 มิถุนายน 2561
  • เข้าดู : 247 ครั้ง

บุญรักษ์ ถก เขตพื้นที่ทั่วประเทศวางแผนโครงการอาหารกลางวันเด็กอย่างเป็นระบบ จี้ ผอ.เขตพื้นที่ต้องเข้มงวดโรงเรียนในสังกัด หากพบผู้บริหารโรงเรียนทุจริตอาหารเด็กอีกโดนโทษวินัยแน่

วันนี้ (8 มิ.ย.) นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ตนได้ประชุมชี้แจงผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนท์ไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศถึงการบริหารงานโครงการอาหารกลางวันนักเรียน ซึ่งตนได้กำชับข้อสั่งการของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่าให้ดำเนินโครงการอาหารกลางวันเด็กให้ถูกหลักโภชนาการ โดยในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ย้ำกับเขตพื้นที่ว่าการบริหารจัดการอาหารกลางวันต้องสร้างระบบที่เคร่งครัดมีการวางแผนการทำงานร่วมกับครู และ ผู้ปกครอง รวมถึงปริมาณสารอาหารจะต้องมีความเหมาะสม โดยการจะต้องจัดทำเมนูอาหารตามหนังสือสั่งการจาก สพฐ.เรื่องการจัดทำเมนูอาหาร Thai School Lunch อย่างถูกต้องและเหมาะสม ทั้งนี้หากเขตพื้นที่ใดไม่ปฎิบัติตามจนทำให้เกิดเหตุความไม่ชอบมาพากลของโครงการอาหารกลางวันอีกผู้อำนวยการเขตพื้นที่จะต้องรับผิดชอบ และหากตรวจสอบพบทุจริตผู้บริหารก็จะต้องโดนโทษวินัยอย่างแน่นอน ดังนั้นเขตพื้นที่จะต้องสำรวจโรงเรียนในสังกัดของตัวเองแบบปูพรมว่า แต่ละแห่งมีแผนบริหารจัดการโครงการอาหารกลางวันที่เหมาะสมหรือไม่ และหากโรงเรียนใดยังมีจุดบกพร่องก็เข้าไปช่วยวางแผนดำเนินการ ส่วนผลสืบข้อเท็จจริงผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าใหม่ จ.สุราษฎร์ธานี ให้เด็กนักเรียนกินขนมจีนกับน้ำปลานั้น ตนกำลังรอผลสรุปการสืบข้อเท็จจริงอยู่ โดยให้สอบเพิ่มเติมบางประเด็นที่พบการทุจริตเพิ่มของผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าว

ต่อข้อถามว่า การทำงานเรื่องโครงการอาหารกลางวันร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในฐานะที่อปท.เป็นเจ้าของเงินงบประมาณอยากให้ปรับปรุงในส่วนไหนหรือไม่ นายบุญรักษ์ กล่าวว่า ตนอยากให้ อปท.ได้โอนเงินงบประมาณที่จะใช้จ่ายเรื่องค่าอาหารกลางให้รวดเร็วกว่าเดิม เพราะโรงเรียนจะได้เตรียมความพร้อมได้ทัน

ส่วนการเรื่องการจัดซื้อครุภัณฑ์ฝึกทักษะมัธยมศึกษาตอนต้น งบประมาณ 6 แสนบาทต่อโรงเรียน ในเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดยโสธรนั้น เลขาธิการ กพฐ.กล่าวว่า ในส่วนของสพฐ.ได้ตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงแล้ว โดยจะดูระบบการตั้งงบประมาณของโครงการนี้ทั้งหมดว่ามีสิ่งผิดปกติในจุดไหนบ้าง หากพบว่ามีบุคคลใดเกี่ยวข้องก็จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยต่อไป ทั้งนี้ตนก็รับทราบว่าในส่วนของคณะทำงานของ รมว.ศึกษาธิการ ก็ได้มีการตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงแล้วเช่นกัน

 

 

ที่มา : https://www.dailynews.co.th/education/648086

ร่วมแสดงความคิดเห็น