จี้" หมอธี" ทบทวนเกณฑ์วิทยฐานะ ว13 หลัง " บิ๊ก ร.ร." ร้องทำเสียสิทธิ เล็งตั้งเวทีถก 9 มิ.ย.นี้

  • หมวดหมู่ : การศึกษา วันที่ : 7 มิถุนายน 2561
  • เข้าดู : 323 ครั้ง

เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน นายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เปิดเผยถึงกรณีที่กลุ่มข้าราชการครูและผู้บริหารทางการศึกษา ยื่นขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะ ตามหนังสือสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ก.ค.ศ.)ที่ศธ. 0206.3/ว13 เรื่อง การให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้มีผลงานดีเด่นที่ประสพผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์มีวิทยฐานะหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและวิทยฐานะเชี่ยวชาญ เรียกร้องให้ก.ค.ศ.ชี้แจงถึงการพิจารณาคุณสมบัติผู้เข้ารับการประเมิน หลังพบว่า มีผอ.ร.ร.ครู และบุคลากรทางการศึกษา กว่า 1 พันรายได้รับหนังสือแจ้ง ว่าไม่มีคุณสมบัติเข้ารับการประเมิน ทำให้หลายคนรู้สึกว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากทางก.ค.ศ. ใช้เวลาพิจารณาถึง 2 ปี โดยกลุ่มผอ.ร.ร.ครู และบุคลากรทางการศึกษา ยื่นขอรับการประเมินตั้งแต่ปี2559 แต่ก.ค.ศ.มาแจ้งว่า ไม่มีคุณสมบัติเมื่อเดือนมีนาคม 2561 ว่า ยืนยันว่า ก.ค.ศ.พิจารณาตามหลักเกณฑ์ ทั้ง ว 13 และพิจารณาผลงานดีเด่นที่ได้รับรางวัลสูงสุดระดับชาติขึ้นไป ซึ่งชื่อรางวัลและการกำหนดเงื่อนไขการรับรองรางวัล กำหนดไว้ใน ว1 /2559 ที่ระบุชัดเจนว่า รางวัลระดับชาติที่จะใช้ในการพิจารณา มีทั้งหมด 203 รางวัล รวมถึงต้องอยู่ในกรอบหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ที่ก.ค.ศ.กำหนด เช่น รางวัลที่ใช้ยื่นขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะ ต้องอยู่ในระยะเวลา 3 ปี ถ้าไม่อยู่ในกรอบเวลา จะต้องเขียนรายงานการพัฒนาต่อเนื่อง เป็นต้น ทั้งนี้ยืนยันว่า การแจ้งชื่อรางวัลตามหลักเกณฑ์ ว1 ก.ค.ศ. ไม่ได้แจ้งกะทันหัน โดยแจ้งตั้งแต่ปี 2559 ก่อนที่จะเปิดให้ยื่นขอรับการประเมิน โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัด ถือเป็นผู้กลั่นกรองเบื้องต้น แม้สพฐ. จะกลั่นกรองมาแล้ว ก.ค.ศ.ก็ยังไม่ถือว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติ เพราะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ก.ค.ศ.กำหนดด้วย

ขณะนี้ตัวเลขผู้ที่ไม่มีคุณสมบัติ ยังไม่ชัดเจน แต่เท่าที่ดูไม่น่าถึง 1 พันคน ส่วนคนที่จะฟ้องนั้น ก.ค.ศ. คงไม่พูดอะไร ถือเป็นสิทธิหากรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม แต่ผมพยายามย้ำกับเจ้าหน้าที่ตรวจสอบให้ชัดว่า มีคุณสมบัติ หรือไม่มีคุณสมบัติ เพราะอะไร ยืนยันว่า ก.ค.ศ.ไม่ได้ดำเนินการล่าช้า โดยจะเร่งพิจารณาให้แล้วเสร็จโดยเร็ว คิดว่าไม่เกินเดือนกันยายน เพราะผมเองก็จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายนนี้เช่นกัน นายพินิจศักดิ์ กล่าว

นายยศรินทร์ ตลับนาค ผู้ทรงคุณวุฒิคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบประเมินผลและนิเทศการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) เขต 2 กทม. กล่าวว่า ตนได้เดินทางมายื่นหนังสือถึง นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ขอให้ทบทวนการพิจารณาการขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะตาม ว13 ส่วนตัวไม่ใช่ผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่ในฐานะผู้พิจารณากลั่นกรองคุณสมบัติเบื้องต้น อยากออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับผู้อำนวยการร.ร. ครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ได้รับผลกระทบ ทั้งนี้ก.ค.ศ. เปิดโอกาสให้ยื่นขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะตามเกณฑ์ดังกล่าว ตั้งแต่ปี 2559 แต่เพิ่งส่งหนังสือมาแจ้ง ว่า ไม่มีคุณสมบัติในปี 2561 ผ่านไป 2 ปี ทำให้บางคนเสียโอกาส

โดยหลักต้องพิจารณาคุณสมบัติผู้ขอมีและเลื่อนวิทยฐานะ ควรเป็นปีต่อปีแต่นี่ล่วงเลยมา 2 ปี แล้วเหมือนเหมาเข่งปลาทู พิจารณาไม่ทันก็อ้างว่าคุณสมบัติไม่ครบ จึงอยากถามว่าก.ค.ศ.มีเกณฑ์การพิจารณาเช่นไร ว่าคุณสมบัติครบ ไม่ครบแล้ว ทำไมถึงปล่อยเวลาล่วงเลย 2 ปีเพิ่งมาแจ้ง ทำให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเสียสิทธิ ทำลายขวัญกำลังใจ ซึ่งผมห่วงว่าจะมีการรวมตัวกันครั้งใหญ่ ตัวผมเองไม่ได้มีส่วนได้เสียกับเรื่องนี้ แต่มองถึงศักดิ์ศรีความเป็นครู บางคนกว่าจะได้รับรางวัลระดับชาติ ระดับเขตพื้นที่การศึกษาเป็นเรื่องยากและสะท้อนถึงกระบวนการตรวจสอบของเขตพื้นที่ฯเองด้วย เช่นผมเป็นผู้ทรงคุณวุฒิฯในสพม.เขต 2 กทม.ที่ผ่านมามีครูส่งผลงานมารับการพิจารณา นั่นหมายความพวกเราบกพร่องหน้าที่กันหมด อยากขอเรียกร้องขอให้รัฐมนตรีว่าการศธ. ทบทวนการการพิจารณาเรื่องนี้ หากมีปัญหาคุณสมบัติไม่ครบก็แจงให้ชัดเลยว่าขาดเรื่องใด รวมถึงขอให้ปฏิรูปการทำงานก.ค.ศ.ด้วย นายยศรินทร์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 9 มิถุนายน นี้ ทางกลุ่มผู้อำนวยการร.ร.ครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่ได้รับผลกระทบจากการขอมีและเลื่อนวิทยฐานะดังกล่าว จะจัดสัมมนา แลกเปลี่ยนเรียนรู้การพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยมีนายอภิชาต จีระวุฒิ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) อดีตผู้แทนและผู้บริหารในก.ค.ศ. รวมทั้งผู้บริหารโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบร่วมเสวนา ที่ร.ร.หอวัง เวลา 13.00-16.30 น.

 

 

ที่มา https://www.matichon.co.th/education/news_988862

ร่วมแสดงความคิดเห็น