ตามโผ! ครม.เด้ง " บิ๊ก กพฐ." ปมเซ็นงบครุภัณฑ์" หมอธี" เร่งเคลียร์ ตั้งคนนอกสืบข้อเท็จจริงแล้ว

  • หมวดหมู่ : การศึกษา วันที่ : 5 มิถุนายน 2561
  • เข้าดู : 250 ครั้ง

เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบตามที่ ศธ. เสนอ แต่งตั้งโยกย้าย นายณรงค์ แผ้วพลสง รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ไปเป็นศึกษาธิการภาค (ศธภ.) 15 ภาคเหนือตอนบน เรื่องนี้ถือว่ายังไม่ได้ทุจริต เพราะยังไม่มีความเสียหายเกิดขึ้น แต่เป็นกรณีที่ไม่ทำตามนโยบาย และตนเองต้องการสอบสวนให้ลึกซึ้งว่าใครเป็นผู้เกี่ยวข้อง โครงการนี้ใช้งบฯ 279 ล้านบาทเริ่มต้นตั้งแต่เดือนธันวาคม 2560 ขณะนี้เรามีข้อมูลชัดเจนว่าไม่ได้สำรวจความต้องการของโรงเรียนจริง ๆ จัดทำไปก่อน แล้วส่งลงไป จากนั้นจึงค่อยไปถามโรงเรียนว่า เอาหรือไม่เอา นอกจากนั้นยังมีการยัดไส้เพิ่มเติม ตนต้องการสอบสวนให้ชัดเจน จึงต้องย้ายนายณรงค์ ออกจากตำแหน่งก่อน และตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง โดยทีบุคคลภายนอกเป็นประธาน เพื่อมาตรวจสอบเรื่องดังกล่าวแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายณรงค์ เป็นระดับรองเลขาธิการกพฐ. การเซ็นอนุมัติงบจะต้องให้ผู้บังคับบัญชาอนุมัติก่อนหรือไม่ นพ.ธีระเกียรติ กล่าวว่า มีคนถามประเด็นนี้มาเช่นกัน แต่คงต้องให้นายณรงค์ ชี้แจง เพราะนายณรงค์เป็นคนเซ็น และตอนนั้น นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการกพฐ. เดินทางไปราชการต่างประเทศ รองเลขาธิการกพฐ. ในฐานะรักษาการฯ มีอำนาจเซ็นได้ และที่สำคัญ เรื่องนี้คนชง ก็ไม่ใช่คนที่มีอำนาจดูแลโดยตรง ผู้ที่มีอำนาจดูแลคือสำนักบริหารงานการมัธยมศึกษาตอนปลาย สพฐ. และจากการ สอบสวนเบื้องต้น คนที่เป็นเจ้าของเรื่องจริง ๆ ได้สั่งการแล้วว่า อย่าเซ็น ก็ยังเซ็น จึงต้องสืบสวนต่อ ว่าใครที่สั่ง ทุกระดับ แต่ถ้าตรวจสอบถึงใครก็โดนหมด ส่วนนายณรงค์แต่ถ้าตรวจสอบแล้ว ไม่มีความผิด ก็ย้ายกลับมาตำแหน่งเดิมได้ ตนจะยังไม่ดำเนินการสรรหาใหม่ จนกว่าจะตรวจสอบเรื่องนี้แล้วเสร็จ

เรื่องนี้ยังต้องตรวจสอบอีกยาว แต่เบื้องต้นใครที่เป็นคนเซ็นต้องรับผิดชอบ ทำตรงไปตรงมา ถือว่าเราได้ระงับความเสียหาย จะจงใจหรือไม่ ผมไม่ทราบ แต่ความไม่ชอบมาพากลของโครงการนี้มีแน่นอน ทั้งเชิงนโยบายและเชิงปฏิบัติ ปกติไม่มีใครเซ็น ถ้ายังร้องเรียนกันอยู่ แต่เท่าที่สอบถาม นายณรงค์ อ้างว่า เซ็นเพื่อรอดูว่า รัฐมนตรีว่าการศธ. จะว่าอย่างไร ผมไม่มีเจตนาจะกลั่นแกล้งใคร ทุกอย่างเป็นไปตามข้อเท็จจริง ถ้าไม่ผิด ก็ไม่ต้องห่วง ผมจะคืนความเป็นธรรมให้ นพ.ธีระเกียรติ กล่าวและว่า ทั้งนี้ส่วนตัวไม่ได้พูดคุยกับนายณรงค์ ก่อนที่จะเสนอให้ย้ายออกจากตำแหน่ง เพราะถือว่าเป็นคำสั่งในเชิงบริหาร และยังไม่ใช่การทุจริต เพราะถ้าตนคิดว่าทุจริต คงย้ายไปประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแล้ว

นพ.ธีระเกียรติ กล่าวต่อว่า ส่วนคืบหน้าการตรวจสอบการก่อสร้างโครงการสร้างศูนย์ศึกษาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทะเลสาบสงขลา ที่วิทยาลัยประมงติณสูลานนท์ อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา นั้น เท่าที่ทราบ นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดศธ. ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ฯ อยู่ระว่างตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม ตามที่ตนได้สั่งการ ที่ให้ไปทำข้อมูลให้ชัดเจน อธิบายทั้งขั้นตอนการส่งให้แก้ไขแบบ และมีใครบ้างที่เข้ามาเกี่ยวข้อง อยากให้ใจเย็น ๆและย้ำว่าไม่มีมวยล้มแน่นอน

นพ.ธีระเกียรติ กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีที่มีข่าวการทุจริต การทำสัญญาซื้อขายสินค้า ระหว่าง องค์การค้าของ สำนักงานสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ( สกสค.) กับ ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) แห่งหนึ่งในจังหวัดนครราชสีมา ช่วงปลายปี 2558 ที่มีวงเงินสูงกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งเกี่ยวข้องกับความไม่โปร่งใส ในการปฏิบัติงานของอดีตผู้บริหารระดับสูงและเจ้าหน้าที่ ที่มีพฤติการณ์ส่อว่าจะกระทำทุจริตฝ่าฝืนระเบียบเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่เอกชน และส่งผลทำให้องค์การค้าของ สกสค. เกิดความเสียหายเป็นเงินจำนวนถึง 200 ล้านบาท นั้น ตนยังไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้ ยังไม่รู้เรื่อง แต่ถ้าพล.ท.โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการศธ. พบข้อมูลอะไรเพิ่มเติม จะรายงานให้ตนรับทราบเอง

รัฐมนตรีว่าการศธ. กล่าวด้วยว่า นอกจากกรณีนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรียังได้ สั่งการในที่ประชุมครม.ว่า กรณีที่ผู้อำนวยการโรงเรียนปล่อยให้ อาหารเด็ก นมเด็กมีปัญหา ให้ลงโทษอย่างเด็ดขาด และรุนแรง โดยผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ที่ปล่อยให้มีการทุจริตเกิดขึ้นในเขตพื้นที่ฯของตัวเอง จะต้องรับผิดชอบด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้พยายามโทรศัพท์ไปหานายณรงค์ เพื่อสอบถามเรื่องดังกล่าว แต่ไม่มีผู้รับสาย

 

 

ที่มา https://www.matichon.co.th/education/news_985812

ร่วมแสดงความคิดเห็น