" หมออุดม" หนุนแยก กสพท ชงทีแคสปี" 62 ห้ามมหา" ลัยประกาศผลสาธารณะ-แจ้งเฉพาะตัว

  • หมวดหมู่ : การศึกษา วันที่ : 1 มิถุนายน 2561
  • เข้าดู : 381 ครั้ง

เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยความคืบหน้า กรณีที่สมาคมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (สอท.) แก้ปัญหาการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา หรือระบบทีแคส รอบ 3 รับตรงร่วมกัน ซึ่งภายหลังมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทยอยประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก พบว่า เด็กกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท) สอบติดในคณะอื่น หลายคณะ ทำให้เกิดปัญหาเด็กเก่งกั๊กที่นั่ง ซึ่งที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) มีมติ เปิดให้มีการยืนยันสิทธิ ที่แคสรอบ3 จำนวน 2 ครั้ง มีข้อเสนอให้แยกกสพท ประกาศผลและยืนยันสิทธิก่อน ขณะที่ผู้ปกครองมองว่าระบบทีแคสทำให้เด็กเครียด ว่า ยืนยันว่าทีแคส เป็นระบบการคัดเลือกคนเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา ที่ดี ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ แก้ปัญหาวิ่งรอกสอบ และลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง เพียงแต่ปีนี้มีปัญหาที่กระบวนการ ซึ่งทาง ทปอ.สามารถแก้ไขได้อย่างดี โดยเปิดให้เด็กได้มีโอกาสยืนยันสิทธิ ใน ทีแคสรอบ 3 จำนวน 2 ครั้ง ซึ่งทุกฝ่ายก็พอใจ โดยตนได้หารือกับทาง ทปอ.และให้นำประสบการณ์ครั้งนี้เป็นบทเรียน และได้ให้คำแนะนำว่า ต่อไปการประกาศของมหาวิทยาลัยในรอบรับตรง ควรแจ้งเฉพาะเจ้าตัวได้รับทราบ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา เพราะที่ผ่านมา การรับตรงของมหาวิทยาลัยต่างๆ ก็แจ้งที่เจ้าตัวโดยตรง ระบบนี้คล้ายระบบเอ็นทรานซ์เดิม เพียงแต่ปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพ เพิ่มโอกาสการศึกษาให้มากขึ้น สมัยที่ตนสอบแพทย์ ก็สอบติด ทั้ง 6 คณะที่เลือก แต่ที่ไม่มีปัญหา เพราะไม่มีใครรู้ ประเด็นอยู่ที่การยืนยันสิทธิ ที่ให้โอกาส 1 คน 1 สิทธิ เมื่อยืนยันสิทธิแล้ว สามารถนำที่นั่งที่เหลือไปรับในรอบต่อไปได้ ดังนั้นการรับเด็กเข้าเรียนในปีต่อไป ทปอ.ต้องแก้ไขเรื่องนี้และวางระบบให้รัดกุมมากขึ้น

เป็นเรื่องปกติที่เด็กเก่ง อย่างเช่นเด็กกลุ่ม กสพท จะสามารถสอบติดได้หลายคณะ เพราะเด็กที่จะเรียนแพทย์เป็นเด็กเก่ง ที่มีคณะสูงกว่าเด็กที่เรียนในสาขาอื่น ซึ่งหากเห็นว่าเป็นปัญหา ผมก็เห็นด้วย ว่าควรแยก กสพท ออกมาต่างหาก และให้ประกาศผลก่อน เรื่องนี้ ทปอ.ต้องหารือกับ กสพท ผมยืนยันว่าทีแคสเป็นระบบที่ดี ปัญหาที่เกิดขึ้น อยู่ในมหาวิทยาลัยไม่กี่แห่ง อย่างเช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไม่ถึง 10% ของจำนวนเด็กที่ระบบจัดการ ดังนั้น จึงต้องให้ ทปอ.แก้ไขปรับปรุง เพราะระบบนี้เป็นระบบที่มีประสิทธิภาพ ไม่ใช่อะไรไม่ดีก็ยกเลิก นพ.อุดม กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก ทปอ.เปิดให้ทีแคสรอบ 3 มีการยืนยันสิทธิ 2 ครั้ง แต่พบว่า ยังมีนักเรียนเรียกร้องให้มีการเปิดเผยข้อมูลคะแนนในลำดับสุดท้าย เพื่อประกอบการตัดสินใจว่า จะเลือกสละสิทธิในรอบ 3/1 หรือไม่ ขณะเดียวกันยังมีเด็กกลุ่มหนึ่งซึ่งติดในลำดับสำรอง ลำดับที่ 3 และ 4 เรียกร้องให้มีการคงสิทธิ และสามารถยืนยันสิทธิในรอบ 3/2 ได้ด้วยนั้น

นายประเสริฐ คันธมานนท์ รองอธิการบดีอาวุโสฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ในฐานะ เลขาธิการ ทปอ.กล่าวว่า ทปอ.เปิดให้นักเรียนเข้ามายืนยันสิทธิรอบแรกวันที่ 1-3 มิถุนายน ปรากฏว่ามีนักเรียนเข้ามายืนยันสิทธิมากพอสมควร ระบบการยืนยันสิทธิเป็นไปด้วยดี ไม่มีปัญหา ทั้งนี้ แม้ว่า ทปอ.จะเปิดให้มีการยืนยันสิทธิ รอบ 3/2 ขึ้นแต่นักเรียนยังมีข้อเรียกร้อง เช่น ให้ทปอ.เปิดเผยข้อมูลคะแนน เพื่อใช้ในการตัดสินใจว่าจะสละสิทธิในรอบแรกหรือไม่ ซึ่ง ทปอ.ไม่สามารถทำได้ ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัย แต่ก็มีจุฬาฯ ที่ประกาศคะแนนต่ำสุดในแต่ละสาขาออกมาแล้ว คิดว่าเพื่อบรรเทาปัญหา และเป็นการผ่อนคลายโดยให้ข้อมูลเด็กได้ใช้ในการตัดสินใจ เพราะเด็กส่วนใหญ่ใหญ่อยากเข้าจุฬาฯ นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้ ทปอ.จัดลำดับคะแนนใหม่ ซึ่งไม่สามารถทำได้ ส่วนที่เรียกร้องให้คงสิทธิในลำดับที่ 3 และ 4 ไว้เพื่อเปิดโอกาสให้ เด็กได้ไปยืนยันสิทธิรอบ 3/2 ในมหาวิทยาลัยที่ตัวเองอยากเข้านั้น ทาง ทปอ.เห็นว่าไม่สามารถทำได้เช่นกัน เพราะหากทำเช่นนั้น เท่ากับไปกั๊กสิทธิคนอื่น และการแก้ปัญหาโดยเพิ่มรอบ 3/2 เข้ามาจะไม่เกิดประโยชน์

ส่วนที่ นพ.อุดม แนะนำให้ การรับสมัครเข้ามหาวิทยาลัยด้วยระบบทีแคส ในปีการศึกษา 2562 นั้นไม่ควรประกาศชื่อเด็กต่อสาธารณะแต่ ให้แจ้งที่ตัวเด็กโดยตรง เรื่องนี้ ทปอ.จะต้องไปหารือร่วมกัน รวมถึง ข้อเสนอที่ให้ทาง กสพท แยกประกาศผลและยืนยันสิทธิก่อนนั้น ยอมรับว่าวิธีนี้เป็นแนวทางหนึ่งในการแก้ปัญหา แต่ยังมีอีกหลายทางเลือก ซึ่งต้องหารือเพื่อให้ได้แนวทางที่ดีที่สุด นายประเสริฐ กล่าว

 

 

ที่มา https://www.matichon.co.th/education/news_980515

ร่วมแสดงความคิดเห็น