หลังสงกรานต์" สพฐ." จ่อให้ ขรก. ออกจากราชการนับ 10 ราย

  • หมวดหมู่ : การศึกษา วันที่ : 15 เมษายน 2561
  • เข้าดู : 1,663 ครั้ง

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เตรียมพิจาณาใช้มาตรการ คสช.ให้ข้าราชการออกจากราชการไว้ก่อน ประมาณ 10 ราย ที่โดนโทษวินัยร้ายแรงและมีมูลความผิดชัดเจน

วันนี้ (11 เม.ย.) นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ได้มารายงานให้ตนรับทราบว่า จะมีข้าราชการ สพฐ.กี่รายที่ให้ออกจากราชการไว้ก่อนตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรื่อง มาตรการป้องกันและปราบปรามทุจริตและประพฤติมิชอบในระบบราชการ ซึ่งมีข้าราชการ สพฐ.ที่ให้ออกจากราชการไว้ก่อนประมาณ 10 ราย โดยในจำนวนนี้ก็มีทั้งให้ออกจากราชการไว้ก่อนกับให้ย้ายออกจากหน่วยงานเดิม สำหรับการให้ออกจากราชการไว้ก่อนนั้น สพฐ.มีการสืบข้อเท็จจริงมาแล้วว่ามีมูลความผิดชัดน

ด้านนายบุญรักษ์ กล่าวว่า ตามคำสั่ง คสช.ดังกล่าวในส่วนของ สพฐ.จะมีการดำเนินการใน 2 ส่วน คือ 1.การดำเนินการของสพฐ.ส่วนกลาง และ การแจ้งมาตรการดังกล่าวให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ร่วมกับ ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) ดำเนินการตามในเขตพื้นที่ของตัวเองในแต่ละจังหวัดที่มีคดีและตั้งคณะกรรมการสอบ โดยในส่วนที่ สพฐ.ส่วนกลางดำเนินการในขณะนี้มีทั้งการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง 41 ราย และ คณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง 9 ราย โดยในส่วนที่มีผลการพิจารณาจากคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงแล้ว สพฐ.จึงมีการตั้งคณะกรรมการพิจารณาดำเนินการตามาตรการของคสช. โดยมี ตน เป็นประธาน มีรองเลขาธิการ กพฐ. และ ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. เป็นกรรมการ ซึ่งมีการพิจารณาข้อมูลแล้วพบเข้าข่ายที่ให้ออกจากราชการไว้ก่อน ประมาณ 14 ราย ย้ายออกจากตำแหน่งเดิม 7 ราย ย้ายออกจากตำแหน่งเดิมไปแล้วแต่เป็นกรณีอื่น จำนวน 2 ราย และให้ย้ายมาประจำสพฐ. 1 ราย รวมทั้งสิ้น 24 ราย ซึ่งในส่วนที่ให้ย้ายมาประจำ สพฐ.นั้นอย่าคิดว่าเป็นเรื่องดี เพราะการย้ายในลักษณะนี้เป็นเรื่องรุนแรงมากถูกลดขั้นเงินเดือน ทั้งนี้คำสั่งของสพฐ.ตามาตรการของ คสช.จะออกหลังสงกรานต์ เนื่องจากต้องจัดทำรายละเอียดอย่างรอบคอบ และผู้ที่ถูกดำเนินการตามคำสั่งดังกล่าวมีทั้ง ผอ.เขตพื้นที่ รองผอ.เขตพื้นที่ ผอ.โรงเรียน และครู ตามลำดับ ซึ่งถือเป็นการล้างท่อ ส่วนจะมีกรณีใดบ้างตนยังไม่ขอพูดถึง

 

 

ที่มา : https://www.dailynews.co.th/education/637616

ร่วมแสดงความคิดเห็น