แฉ 4 เส้นทางโอนเงินกองทุนเสมาฯ เกือบ 100 ล.พบซี 8 ศธ.เอี่ยวเพิ่ม ขรก.สังกัดอื่นร่วมเพียบ

  • หมวดหมู่ : การศึกษา วันที่ : 11 เมษายน 2561
  • เข้าดู : 3,059 ครั้ง

เมื่อวันที่ 9 เมษายน นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบการทุจริตกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต วงเงินประมาณ 110 ล้านบาท ซึ่งคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) สำนักงานปลัด (สป.) ศธ.มีมติให้ออกคำสั่งไล่ออกจากราชการ แก่นางรจนา สินที อดีตนักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ (ซี 8) สำนักส่งเสริมกิจการการศึกษา สป.ศธ.อดีตผู้ดูแลกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต พร้อมขยายผลไปยังเครือข่ายที่รับโอนเงินจากนางรจนา ว่า ได้เชิญนายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัด ศธ.และนายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการ ศธ.ในฐานะประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงฯ มารายงานความคืบหน้าการสืบสวนฯ พบว่าคืบหน้าไปมาก และใกล้จะแล้วเสร็จ พร้อมสั่งการให้ทำโฟรชาร์ท หรือแผนผังแสดงเส้นทางการทุจริต ว่ามีความเชื่อมโยงกับใครบ้าง อย่างไร

ขณะนี้สืบเส้นทางบัญชีเงินกองทุนที่โอนไปให้ผู้รับทุน และบุคคลอื่น ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2548 จนถึงเดือนพฤศจิกายน 2560 จำนวน 1,049 บัญชี รวมเงิน 230,251,144 บาท ในจำนวนนี้โอนไปเข้าบัญชีบุคคลอื่น 471 บัญชี เป็นเงิน 96,380,863 บาท คิดเป็น 40% ของจำนวนเงินทั้งหมดที่นางรจนาโอนไปให้คนอื่น โดยแบ่งเป็น 4 กลุ่มใหญ่ๆ โดยขณะนี้รู้ชื่อทุกบัญชีหมดแล้ว ดังนั้น ขอให้ผู้ที่รับโอนเงินไปมาให้ความร่วมมือกับ ศธ.เพื่อจะได้สอบขยายผลต่อ ทั้งนี้ นอกจากคนนอกที่เกี่ยวข้องแล้ว จากการสืบสวนฯ ยังพบว่าน่าจะมีคนใน ศธ.ระดับซี 8 โดยพบเอกสารทางอ้อม ว่ามีส่วนรู้เห็นเป็นใจด้วย 1 ราย หากมีเรื่องทุจริต สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) จะดำเนินการสอบต่อ โดย ศธ.จะส่งข้อมูลไปให้ นพ.ธีระเกียรติ กล่าว

ด้านนายอรรถพลกล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม 2548 ถึงพฤศจิกายน 2560 กองทุนฯ นี้ได้โอนเงินไปทั้งสิ้น 1,049 รายการ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 230,251,144 บาท ในจำนวนนี้โอนไปเข้าบัญชีบุคคลอื่น 471 รายการ เป็นเงิน 96,380,863 บาท พอไปตรวจสอบแล้วเป็นบัญชีที่ซ้ำซ้อน หรือบัญชีผี 52 บัญชี สืบรู้เจ้าของบัญชีแล้ว 34 บัญชี เหลืออีก 18 บัญชี หาไม่เจอว่าเป็นของผู้ใด ซึ่ง 18 บัญชีนี้กำลังส่งให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ช่วยตรวจเช็ค ทั้งนี้ ใน 52 บัญชีถูกเงินถูกโอนไป โอนไปใน 4 กลุ่ม คือ 1.โอนไปบัญชีนางรจนา และเครือญาติ ซึ่งค่อนข้างเป็นกลุ่มใหญ่ 2.แวดวงเพื่อนฝูงที่เรียนรุ่นเดียวกัน ทั้งหลักสูตรปริญญาโท และตรี บางคนมาให้การ และรับสารภาพกับกรรมการสืบสวนฯ แล้ว 3.กลุ่มองค์กรการกุศล ประเภทมูลนิธิฯ โดยประธานมูลนิธิเป็นผู้รับโอนเงิน และนางรจนาก็มีส่วนเข้าไปเป็นคนจัดการในมูลนิธินี้ มีการโอนเงินเข้ามูลนิธินี้ทั้งหมด 7 รอบ รวมเป็นเงินกว่า 2 ล้านบาท และ 4.นักเรียนทุนเสมาฯ ที่เคยได้รับทุนแต่จบไปแล้ว และได้เขามาติดต่อกับนางรจนาถึงขั้นใกล้ชิดกัน มีความเคารพนับถือ เรียกนางรจนาว่า ครู และถูกนางรจนาไหว้วานขอใช้เลขที่บัญชีของเด็กเพื่อโอนเงินเข้า เท่านั้นยังไม่พอ ยังให้เด็กกลุ่มนี้ไปหาเลขที่บัญชี เปิดบัญชีใหม่ บางรายเปิดบัญชีเสร็จนำบัตรเอทีเอ็มไว้ที่นางรจนา และจนถึงวันนี้ก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีเงินเข้าออกเท่าใด เพราะเปิดบัญชีให้ด้วยความเคารพนางรจนา โดยนางรจนาจะโอนเงินเข้าบัญชีครั้งละ 1-2 แสนบาท และให้โอนคืนครั้งละ 3-4 หมื่นบาท แล้วแต่นางรจนาจะสั่ง เหลือติดเงินบัญชีไว้ให้เจ้าของบัญชีเพียง 1-2 พันบาท

นายอรรถพลกล่าวต่อว่า ในวันที่ 10 เมษายน เวลา 11.00 น.ตนไปร้องทุกข์ที่ ป.ป.ท.รวม 44 คน ในจำนวนนี้มีรายชื่อเดิม 22 รายด้วย เพราะจากการตรวจสอบพบประเด็นเพิ่มเติมไปถึงปี 2548 ซึ่งเดิมปลัด ศธ.ไปแจ้งความร้องทุกข์ว่าเกิดแค่ปี 2555 แต่จริงๆ แล้วเริ่มตั้งแต่ปี 2548 ดังนั้น จึงต้องแจ้งความใหม่ 44 ราย ในจำนวนนี้รวม 22 รายเดิมด้วย และมีชื่อข้าราชการที่เกี่ยวข้อง 7 ราย แบ่งเป็น ข้าราชการสังกัด ศธ.2 ราย สังกัดกรุงเทพมหานคร 1 ราย สังกัดกรมที่ดิน 1 ราย นายทหารชั้นประทวน 1 ราย ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ยศ ร.ต.ต. 1 ราย ครูเทศบาล ใน จ.ตาก 1 ราย พบรายใหม่ที่เกี่ยวข้องอีก 16 ราย และพบว่ามี 6 ราย ไม่เกี่ยวกับการโอนเงิน แต่บริบทที่ค้นเจออยู่ในข่ายต้องสงสัย เช่น เขียนเช็คสั่งจ่ายชื่อนางรจนา ขณะเดียวกันนางรจนาได้มีการเขียนเช็คสั่งจ่ายให้กับทั้ง 6 คน ซึ่งทั้งหมดไม่ใช่ข้าราชการ

นายอรรถพลกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ จะขอให้ ปปง.ตรวจสอบบัญชีกระแสรายวันของนางรจนา กับธนาคารกรุงไทย ว่าเช็คที่ไม่เขียนในต้นขั้ว สั่งจ่ายไปให้ใครบ้าง เพราะจากการตรวจสอบมีหลายครั้งที่โอนเงินกลับจากผู้รับโอน แล้วโอนมาเข้าบัญชีกระแสรายวันของนางรจนา

ผมได้รายงานข้อมูลต่างๆ ให้ปลัด ศธ.และรัฐมนตรีว่าการ ศธ.รับทราบแล้ว ในส่วนของผู้เกี่ยวข้องที่เป็นข้าราชการ จะใช้มาตรการป้องกัน ปราบปรามการทุจริต และประพฤติมิชอบในระบบราชการ ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของรัฐมนตรีว่าการ ศธ.ซึ่งทราบว่านายการุณ และ นพ.ธีระเกียรติ ได้หารือกันแล้ว อีกทั้ง ในวันที่ 10 เมษายนนี้ ผมจะเดินทางไปมอบพยานวัตถุที่ประกอบคอมพิวเตอร์ และเอกสารที่ค้นพบในห้องทำงานของนางรจนาให้กับ ป.ป.ท.รวมถึง แจ้งร้องทุกข์เพิ่มเติมรวม 44 ราย นายอรรถพล กล่าว

นายอรรถพลกล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม จากการสอบพยานบุคคล ผู้ที่มาพบกรรมการสืบสวนฯ 5 ราย รับสารภาพว่า รับโอนเงินจริง เพราะจนด้วยหลักฐาน และจะมาอีก 2-3 คน เพื่อร่วมเดินทางเพื่อให้การกับ ป.ป.ท.ในวันที่ 10 เมษายน ส่วนจะกันเป็นพยานได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับ ป.ป.ท.เพราะคณะกรรมการชุดสืบสวนฯ ไม่สามารถกันใครเป็นพยานได้ เราได้แค่รวบรวมหลักฐานข้อมูล ขณะที่การตรวจสอบพยานวัตถุ นอกจากจะพบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการเล่นหุ้นแล้ว ยังพบข้อมูลเกี่ยวกับมูลนิธิแห่งหนึ่งที่นางรจนาโอนเงินไปให้ด้วย ส่วนข้อมูลอื่นๆ ต้องรอให้ ป.ป.ท.สืบสวนต่อไป

ขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องรีบเข้ามาให้ข้อมูล คนที่เข้ามาก่อนถือว่าได้เปรียบ ส่วนใครมาที่หลังถือว่ามาแก้ตัว โดยขณะนี้สอบปากคำเจ้าหน้าที่ใน ศธ.ครบหมดแล้ว เหลือแค่การเรียบเรียงสำนวนว่า ยังขาดประเด็นไหน ต้องเรียกใครมาสอบเพิ่ม ส่วนการชี้แจงข้อมูลจากอดีตปลัด ศธ.และรองปลัด ศธ.ส่วนใหญ่ขยายเวลาเพิ่มไปถึงวันที่ 25 เมษายน เพราะพบข้อมูลเพิ่มเติมไปถึงปี 2548 จึงต้องขอเอกสารเพิ่ม นายอรรถพล กล่าว

 

 

ที่มา https://www.matichon.co.th/news/910472

ร่วมแสดงความคิดเห็น