" มีชัย" เปิด 6 แนวทางคัด ร.ร.ร่วมโครงการ " พับลิคสกูล"

  • หมวดหมู่ : การศึกษา วันที่ : 21 มีนาคม 2561
  • เข้าดู : 2,585 ครั้ง

เมื่อวันที่ 21 มีนาคม นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานที่ประชุมคณะกรรมการพัฒนานวัตกรรมการบริหารจัดการสถานศึกษาในรูปแบบ Public School เพื่อรองรับการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาตามนโยบายไทยเเลนด์ 4.0 มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ว่า ที่ประชุมเห็นร่วมกันว่าจะต้องดำเนินโครงการให้ทันเปิดภาคเรียนที่ 1/2561 ทั้งนี้ นายมีชัย วีระไวทยะ ประธานทำหน้าที่ในการวางกรอบมาตรฐานการดำเนินการโรงเรียน Public School รวมถึง ทำหน้าที่คัดกรองสถานศึกษาที่จะเข้าร่วม ได้กำหนดแนวทางการคัดเลือกโรงเรียนต้นแบบเข้าร่วมโครงการไว้แล้ว ซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก และขนาดกลางที่มีปัญหาในการพัฒนาคุณภาพ ทั้งระดับอนุบาล (ปฐมวัย) ประถม มัธยม รวมถึง สถานศึกษาอาชีวศึกษา

แนวทางที่พูดคุยกัน ดูความเหมาะสมของโรงเรียนที่จะเข้าร่วมโครงการ คือจังหวัดละ 1 แห่ง หรือ 77 โรง หรืออาจมีมากกว่า และกระจายไปทั่วทุกภูมิภาค อีกทั้ง มีภาคเอกชนเข้ามาร่วม โดยกำหนดเงื่อนไขให้ชัดเจนว่าความร่วมมือของเอกชนมีเรื่องใดบ้าง รัฐเรื่องใดบ้าง ภายใต้กรอบระยะเวลากี่ปี เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการทอดทิ้ง นพ.อุดม กล่าว

นพ.อุดมกล่าวต่อว่า โรงเรียนที่เข้าร่วมมีอิสระในด้านวิชาการ ออกแบบหลักสูตรที่เหมาะสมกับผู้เรียน และตรงกับความต้องการในท้องถิ่นได้ แต่หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานที่เป็นข้อบังคับ ก็ไม่ได้ทิ้ง ขณะเดียวกัน ที่ประชุมเสนอชื่อกลุ่มโรงเรียน Public School มา 2 รายชื่อ ได้แก่ สานพลังพัฒนา และ ร่วมรัฐพัฒนา แต่ยังไม่มีข้อยุติ ส่วนการคัดเลือกโรงเรียนจะนำเสนอให้ที่ประชุมคัดเลือกในวันที่ 11 เมษายน

นายมีชัยกล่าวว่า สำหรับแนวทางการดำเนินการคัดเลือกโรงเรียนเข้าร่วมโครงการนั้น ระยะแรกจะเริ่มคัดเลือกโรงเรียนต้นแบบ โดยจะเริ่มโครงการภายในภาคเรียนที่ 1/2561 มีแนวทางการคัดเลือกดังนี้ 1.รายชื่อ Public School มาจากการเปิดโอกาสให้โรงเรียนยื่นใบสมัครได้ จากการเสนอโดย ศธ.และผู้สนับสนุน คือผู้ให้การสนับสนุนโรงเรียนประชารัฐ และผู้ให้การสนับสนุนอื่นๆ 2.พื้นที่เป้าหมายของโรงเรียนต้นแบบ 77 โรง จะกระจายในพื้นที่จังหวัดต่างๆ ตามความเหมาะสม หากจังหวัดใดมีโรงเรียนที่เหมาะสมมากกว่า 1 แห่ง สามารถคัดเลือกเป็นโรงเรียนต้นแบบเพิ่มขึ้นได้ 3.ระดับการจัดการศึกษาของสถานศึกษาต้นแบบ มีดังนี้ โรงเรียนอนุบาล, โรงเรียนประถม และโรงเรียนมัธยม สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สถานศึกษาอาชีวศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และโรงเรียน หรือสถานศึกษาอื่นในกรณีที่คณะกรรมการเห็นสมควร 4.จำนวนผู้เรียนในสถานศึกษาต้นแบบ มีดังนี้ ผู้เรียนไม่เกิน 300 คน สำหรับโรงเรียนอนุบาล และโรงเรียนประถม ผู้เรียนไม่เกิน 500 คน สำหรับโรงเรียนมัธยม และสถาศึกษาอาชีวศึกษา 5.ความพร้อมสถานศึกษาต้นแบบ ในบริบทของโรงเรียน และชุมชน จะคัดเลือกโรงเรียนที่มีความพร้อมด้านศักยภาพในการพัฒนา โดยมีเงื่อนไขความพร้อม และความสมัครใจทั้ง 3 ฝ่าย คือผู้บริหารสถานบัน ครู นักเรียน และชุมชน ตอบรับการเข้าร่วมโครงการฯ ที่มีความพร้อมที่จะรับ และร่วมกันพัฒนา และ 6.สัดส่วนการคัดเลือกโรงเรียนจากคะแนนในแบบสำรวจข้อมูลจากการบริหารจัดการสถานศึกษาของ CONNEXT ED แบ่งเกณฑ์ ดังนี้ โรงเรียนนระดับดี 15 โรง คิดเป็น 20% โรงเรียนในระดับปานกลาง 25 โรง คิดเป็น 30% และโรงเรียนในระดับอ่อน หรือตั้งอยู่ในพื้นที่ทุรกันดาร หรือจังหวัดยากจน 37 โรง คิดเป็น 50%

โดยเริ่มสำรวจโรงเรียนแล้ว เตรียมชี้แจง และรายงานความก้าวหน้าต่อที่ประชุมการขับเคลื่อนไทยแลนด์ 4.0 กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี วันที่ 30 เมษายนนี้ นพ.อุดม กล่าว

 

 

ที่มา https://www.matichon.co.th/news/885220

ร่วมแสดงความคิดเห็น