กอปศ.ชงกฎหมายสถาบันหลักสูตรฯแห่งชาติ

  • หมวดหมู่ : การศึกษา วันที่ : 13 มีนาคม 2561
  • เข้าดู : 1,298 ครั้ง

คณะกรรมการอิสระฯ ชงร่าง พ.ร.บ.สถาบันหลักสูตร การเรียนการสอน และทรัพยากรการเรียนรู้แห่งชาติ เล็งดึงสำนักใน สพฐ.รวมตั้งเป็นหน่วยงานใหม่ในกำกับ ศธ. ดูงานวิชาการสายสามัญฯ ตั้งแต่ปฐมวัย-ม.ปลาย ครบวงจร

วันนี้ (13 มี.ค.) ผศ.ยุวดี นาคะผดุง ประธานอนุกรรมการการจัดการเรียนการสอน ในคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา(กอปศ.) เปิดเผยภายหลังการประชุม กอปศ.ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.สถาบันหลักสูตร การเรียนการสอน และทรัพยากรการเรียนรู้แห่งชาติ ซึ่งในการปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้มีความจำเป็นที่จะต้องตั้งสถาบันหลักสูตร การเรียนการสอน และทรัพยากรการเรียนรู้แห่งชาติ ขึ้น เพื่อทำหน้าที่เป็นองค์กรกลางในการพัฒนาหลักสูตรแกนกลางในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตั้งแต่ปฐมวัยจนถึงมัธยมศึกษาตอนปลายสายสามัญศึกษา พัฒนาวิธีการจัดการเรียนการสอน การนำหลักสูตรไปใช้ การวัดและประเมินผล รวมทั้งพัฒนาคลังทรัพยากรการเรียนรู้ทั้งสื่อและผู้รู้ จัดหมวดหมู่สื่อดิจิทัล หนังสือ และสื่อรูปแบบอื่นๆอย่างครบวงจรและถูกต้อง ตลอดจนทำข้อเสนอเชิงนโยบาย

สถาบันนี้จะเป็นนิติบุคคล มีความอิสระ มีฐานะเป็นหน่วยงานในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ มีคณะกรรมการบริหารสถาบันฯ และมีการสรรหาผู้อำนวยการสถาบันฯ โดยให้ดำรงตำแหน่งเป็นวาระๆละ 4 ปี เป็นได้ไม่เกิน 2 วาระ หรือ 8 ปี เพื่อทำงานได้อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามการจัดตั้งสถาบันหลักสูตรฯ ไม่ใช่ตัดเสื้อตัวเดียวให้ใส่เหมือนกันทั่วประเทศ แต่หลักสูตรแกนกลางยังจำเป็นต้องมี เพื่อประกันว่าขั้นต่ำที่เด็กต้องเรียนในแต่ละระดับชั้นคืออะไร ส่วนรายวิชาเพิ่มเติม กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน หรือ หลักสูตรสถานศึกษานั้น สถานศึกษาต้องทำให้สอดคล้องกับบริบทของตัวเอง ผศ.ยุวดี กล่าว

ด้าน ศ.นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธาน กอปศ. กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นการปฏิรูปโครงสร้างใหญ่ เรื่องวิชาการต้องแยกออกมาจากการบริหารให้มีความเป็นอิสระไม่ให้ถูกแทรกแซงได้ ประกอบกับขณะนี้สภาพของความรู้ และการเรียนรู้เปลี่ยน โลกอนาคตต้องใช้สมรรถนะ ประกอบกับการเรียนรู้จากดิจิทัลก็เป็นเครื่องมือสำคัญและมีสื่อใหม่ๆมากมาย ดังนั้น เราต้องเปลี่ยนจากการเรียนเนื้อหาสาระไปสู่ฐานสมรรถนะ ซึ่งสถาบันที่จะตั้งขึ้นใหม่นี้จะเป็นองค์กรที่รวมเรื่องหลักสูตร และการประเมินภายใน ทรัพยากรการเรียนรู้ของการศึกษาสายสามัญทั้งหมด เพื่อรักษามาตรฐานขันต่ำของการศึกษา สามารถใช้ได้ทั้งการศึกษาในระบบและการศึกษานอกโรงเรียน ที่เทียบได้เลยในบางส่วน ส่วนจะนำหน่วยงานใดในสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) เช่น สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน เป็นต้น มารวมจัดตั้งเป็นสถาบันหลักสูตรฯนั้น ต้องดูในรายละเอียดอีกครั้ง ซึ่งก็น่าจะมีหลายสำนักเพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน และผู้ปฏิบัติงานในองค์กรใหม่นี้ก็ควรเป็นพนักงานราชการ ไม่ใช่ข้าราชการ ทั้งนี้ กอปศ.ตั้งเป้าหมายจัดทำ พ.ร.บ.ฉบับนี้ให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือน และเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาเพื่อประกาศใช้เป็นกฎหมายได้ภายในปี 2561 นี้

 

 

 

ที่มา : https://www.dailynews.co.th/education/632183

ร่วมแสดงความคิดเห็น