ส.บ.พ.ท.แจงสารพัดผลกระทบคุณภาพ หลัง ศธ.สั่ง กศจ.ชะลอ" สอบ-ย้าย" ผอ.โรงเรียน

  • หมวดหมู่ : การศึกษา วันที่ : 8 มีนาคม 2561
  • เข้าดู : 1,252 ครั้ง

เมื่อวันที่ 5 มีนาคม นายสมวุฒิ ศรีอำไพ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) เขต 41 และนายกสมาคมนักบริหารการศึกษาขั้นพื้นฐานแห่งประเทศไทย (ส.บ.พ.ท.) เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการ ส.บ.พ.ท.ที่โรงเรียนราชวินิต (มัธยม) กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้ว่า ที่ประชุมได้สรุปปัญหาที่พบจากการลงพื้นที่ตามนโยบายของเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) พบว่ามีปัญหาเร่งด่วนที่ส่งผลกระทบต่อการบริหารงานบุคคล และการพัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยตรง ได้แก่ 1.โรงเรียนยังไม่มีผู้บริหารสถานศึกษา เนื่องจากคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) หลายแห่งไม่สามารถพิจารณา หรือออกคำสั่งย้ายตามมติที่ประชุมของ กศจ.ได้ เนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) มีหนังสือแจ้งให้ กศจ.ชะลอการพิจารณาย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ไปแทนตำแหน่งว่างที่เกษียณอายุราชการในปีงบประมาณ 2560 และตำแหน่งว่างที่เกิดจากกรณีต่างๆ ที่กำหนดให้ยื่นคำร้องขอย้ายระหว่างวันที่ 1-15 สิงหาคม 2560 ไว้เป็นการชั่วคราว จนกว่าศาลปกครองสูงสุดจะมีคำวินิจฉัยอุทธรณ์คำสั่งทุเลาการบังคับ เนื่องจากศาลปกครองอุบลราชธานีมีคำสั่งในคดีหมายเลขดำ ที่ บ.75/2560 ลงวันที่ 19 ตุลาคม 2560 ให้ทุเลาการบังคับตามข้อ 10 และข้อ 11 ของหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษาสังกัด สพฐ.ตามหนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ.ด่วนที่สุด ที่ ศธ 0206.4/ว 24 วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 หรือหลักเกณฑ์ ว 24

นายสมวุฒิกล่าวต่อว่า การที่สำนักงาน ก.ค.ศ.มีหนังสือสั่งให้ กศจ.ชะลอการพิจารณาย้ายผู้บริหารสถานศึกษา ทำให้ กศจ.ไม่สามารถพิจารณาดำเนินการย้ายผู้บริหารสถานศึกษากรณีปกติได้ จึงทำให้สถานศึกษาจำนวนหลายพันแห่ง ไม่มีผู้บริหารสถานศึกษา เป็นเหตุให้ไม่มีผู้นำทางการศึกษาที่จะขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาให้มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลได้ อีกทั้งมีแนวโน้มว่าตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาจะว่างเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ ทั้งจากการเปลี่ยนตำแหน่ง การลาออก การเสียชีวิต การถูกลงโทษทางวินัยร้ายแรง และการเกษียณฯ ในปีงบ 2561 การปล่อยให้ตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษาว่างเป็นระยะเวลานาน จะส่งผลกระทบต่อการสอบคัดเลือกผู้บริหารสถานศึกษาที่ไม่สามารถดำเนินการได้ แม้ สพฐ.จะมีหนังสือสั่งการให้ผู้เกี่ยวข้องแต่งตั้งผู้รักษาการตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาที่ว่าง ก็เป็นเพียงการเยียวยาเบื้องต้น ดังนั้น ส.บ.พ.ท.จึงเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาโดยเร็ว โดยให้สงวนตำแหน่งว่างที่มีผู้ยื่นคำร้องขอย้ายระหว่างวันที่ 1-15 สิงหาคม 2560 ไว้ก่อน เพื่อรอไว้จนกว่าศาลปกครองสูงสุดจะมีคำวินิจฉัยอุทธรณ์คำสั่งทุเลาการบังคับดังกล่าว ส่วนตำแหน่งว่างที่ไม่มีผู้ยื่นคำร้องขอย้ายในระหว่างวันที่ 1-15 สิงหาคม 2560 หรือตำแหน่งว่างที่เกิดขึ้นหลังจากการยื่นคำร้องขอย้ายตามคำสั่งให้ทุเลาทุกกรณี ให้ ก.ค.ศ.พิจารณา แล้วมีมติให้ใช้หลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งพร้อมหนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ.ที่ ศธ 0206.4/ว9 ลงวันที่ 29 กรกฎาคม 2554 ตามคำแนะนำของศาลปกครองอุบลราชธานี ในระหว่างคำสั่งทุเลาบังคับใช้ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อบริการสาธารณะ หรือ ก.ค.ศ.อาจพิจารณาปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษาขึ้นใหม่โดยเร็ว เพื่อไม่ให้เกิดผลเสียหายร้ายแรงต่อคุณภาพการศึกษามากกว่านี้

นายสมวุฒิกล่าวว่า นอกจากนี้ สถานศึกษาหลายแห่งยังขาดแคลนอัตรากำลังครูตามเกณฑ์ เนื่องจากบัญชีการสอบแข่งขันได้ของ กศจ.ต่างๆ ในสาขา กลุ่ม หรือทางวิชาเอกที่สถานศึกษามีความต้องการ และขาดแคลน ได้หมดบัญชีไปนานแล้ว ยังเหลือเฉพาะวิชาเอกที่สถานศึกษาไม่มีความต้องการ หรือขาดแคลน และรายชื่อในบัญชีดังกล่าวจะหมดพร้อมกันในปลายเดือนเมษายนนี้ ส.บ.พ.ท.จึงเสนอให้สอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งครูผู้ช่วยให้ทันเปิดภาคเรียนเหมือนทุกปีที่ผ่านมา

สถานศึกษาที่มีนักเรียนต่ำกว่า 250 คน ที่อยู่ในพื้นที่ราบ ยังมีอัตราครูต่ำกว่าเกณฑ์ เนื่องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่สามารถคืนอัตราเกษียณฯให้ทันเวลาได้ เพราะไม่เป็นไปตามที่คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) กำหนด ส.บ.พ.ท.จึงเห็นควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำข้อเสนอให้ ก.พ.ร.ทบทวนการจัดสรรคืนอัตราเกษียณฯให้กับสถานศึกษาที่ต่ำกว่า 250 คน ตามความจำเป็น และขาดแคลนจริง ที่สำคัญแต่ละเขตพื้นที่การศึกษาขาดแคลนตำแหน่งศึกษานิเทศก์ เนื่องจากมีหลายเขตฯที่ศึกษานิเทศก์ถูกเกลี่ยไปยังสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด และเกษียณฯ จึงมีตำแหน่งว่างจำนวนมาก แต่จากการสรรหาศึกษานิเทศก์ที่ผ่านมา 2 ครั้ง มีข้อสังเกตว่ามีผู้สนใจสมัครสอบน้อยกว่าปกติ ซึ่งบาง กศจ.มีผู้ผ่านการสอบน้อยกว่าตำแหน่งที่ประกาศ ส.บ.พ.ท.จึงขอให้ ก.ค.ศ.พิจารณาปรับปรุงแก้ไขหลักเกณฑ์ และวิธีการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้ศึกษานิเทศก์มีเส้นทางความก้าวหน้าในการเปลี่ยนตำแหน่งไปยังตำแหน่งต่างๆ เช่น ตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา ตำแหน่งผู้บริหารการศึกษาให้มากขึ้น ซึ่งปัจจุบันจะมีแต่ตำแหน่งผู้อำนวยการกลุ่มนิเทศก์ตำแหน่งเดียวเท่านั้น ที่มีโอกาสได้เปลี่ยนตำแหน่งดังกล่าวได้ นายสมวุฒิกล่าว

นายสมวุฒิกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ยังขาดแคลนรองผู้อำนวยการ สพท.และบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค (2) จำนวนมาก ส่งผลต่อการบริหารจัดการในเขตพื้นที่ฯไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร จึงเห็นควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการสรรหาโดยเร่งด่วน ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความคล่องตัว และมีประสิทธิภาพต่อการบริหารงานบุคคลในสถานศึกษา และในเขตพื้นที่ฯ ส.บ.พ.ท.จึงเสนอให้ ก.ค.ศ.กระจายอำนาจการบริหารงานบุคคลให้กับ สพฐ.เหมือนกับที่ส่วนราชการอื่นในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) ส่วนราชการ ดังนั้น จึงควรจัดตั้ง อ.ก.ค.ศ.สพฐ.โดยเร็ว

 

 

ที่มา https://www.matichon.co.th/news/865266

ร่วมแสดงความคิดเห็น