กอปศ.ชงรัฐอุดหนุน ร.ร.เอกชน 100%

  • หมวดหมู่ : การศึกษา วันที่ : 8 มีนาคม 2561
  • เข้าดู : 1,234 ครั้ง

นางดารณี อุทัยรัตนกิจ ประธานอนุกรรมการเฉพาะกิจศึกษาแนวทางการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนในการจัดการศึกษา เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการอิสระเพื่อปฎิรูปการศึกษา (กอปศ.) เปิดเผยภายหลังการประชุม กอปศ. ว่า คณะอนุกรรมการฯ ได้นำเสนอผลการศึกษาแนวทางการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนในการจัดการศึกษาทั้งระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานและอาชีวศึกษา โดยได้วิเคราะห์สภาพปัญหาทั้งจากภายในและภายนอก พบว่าการจัดการศึกษาเอกชนถูกเลือกปฏิบัติ แม้ว่าในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 จะกำหนดไว้ว่าเด็กทุกคนจะต้องได้รับการศึกษาอย่างเท่าเทียม แต่การจัดการศึกษาเอกชนทุกวันนี้มีข้อจำกัด เช่นการจัดสรรงบประมาณ ซึ่งปัจจุบันโรงเรียนที่รับการอุดหนุนจากรัฐจะได้รับการจัดสรรงบประมาณรายหัว 70% ส่งผลกระทบต่อการบริหารการแข่งขันไม่เป็นธรรม ส่วนโรงเรียนอาชีวศึกษา ที่โอนย้ายจากสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ไปรวมอยู่กับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ก็ยังขาดหน่วยงานที่เข้ามาดูแลให้มีประสิทธิภาพ ทำให้ไม่มีหน่วยงานในการปฏิบัติงานอย่างชัดเจน

นางดารณี กล่าวต่อว่า แต่สำหรับโรงเรียนนานาชาติเป็นกลุ่มโรงเรียนที่มีคุณภาพในการจัดการที่สูงมีประเทศเพื่อนบ้านส่งบุตรหลานเข้ามาเรียนเป็นจำนวนมาก ซึ่งการจัดการศึกษาของโรงเรียนนานาชาติถือเป็นผลผลิตมวลรวมที่สร้างรายได้ 60,000 ล้านต่อปี ขณะเดียวกัน ยังพบปัญหาว่า สช. ก็ไม่สามารถดูแลคุณภาพวิชาการของโรงเรียนเอกชนเท่าที่ควร อย่างไรก็ตาม แม้ปัจจัยภายนอกจะมีอุปวรรคแต่การบริหารภายในมีประสิทธิภาพ ทั้งแง่วิชาการคะแนนทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต ยังถือว่าอยู่ในระดับสูง จนเป็นอีกทางเลือกให้เด็กเข้าถึงคุณภาพการศึกษาแข่งขันกับโรงเรียนรัฐได้อย่างยั่งยืน

ที่ผ่านมารัฐจัดสรรงบประมาณรายหัวให้เอกชน 15,000 ต่อคนต่อปี ขณะที่รัฐได้รับจัดสรร 39,000 ต่อคนต่อปี หากพิจารณาตัวเลขการจัดสรรแล้วจะพบว่า แม้งบฯการจัดสรรไม่เท่าโรงเรียนรัฐแต่โรงเรียนเอกชนก็ยังสร้างกลไกคุณภาพการศึกษาแข่งขันกับโรงเรียนรัฐได้ ดังนั้นหากเราปฏิรูปบทบาทการจัดการศึกษาเอกชนให้ยังคงอยู่โดยไม่ให้ได้รับผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจที่จะต้องปิดตัวลงจะทำให้โรงเรียนเอกชนยังคงอยู่เข้ามาช่วยเหลือโรงเรียนรัฐได้ทุกกลุ่ม นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอว่าให้โรงเรียนเอกชนได้รับสิทธิเท่ากับโรงเรียนรัฐ รวมถึงขอรับการจัดสรรเงินอุดหนุน 100% และอยากผลักดันให้โรงเรียนเอกชนได้รับการจัดสรรงบประมาณโครงการอาหารกลางวันด้วยเช่นกัน นางดารณี กล่าว

นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) กล่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณาถึงหลักการบทบาทการจัดการศึกษาเอกชนที่ยังมีความจำเป็น เพราะยังสมารถจัดการศึกษาได้อย่างเข็มแข็งและมีอิสระ เพื่อลดความเหลื่อล้ำในการจัดการศึกษาของโรงเรียนเอกชนและโรงเรียนรัฐ โดยได้วางแนวทางการดำเนินการในเรื่องนี้แบ่งเป็น 2 ระยะ คือระยะสั้น กอปศ.จะไปศึกษาและวิเคราะห์ค่าใช้จ่ายในการศึกษาที่เหมาะสม เช่น รัฐต้องอุดหนุนเท่าไร ต่อการพัฒนาคุณภาพ เพื่อเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา และ ระยาว ปฏิรูปการศึกษา เช่น วางแผนขยายเพิ่มห้องเรียนของโรงเรียนเอกชน และเปิดโรงเรียนเอกชนแห่งใหม่เพิ่มเติมทั้งระดับการศึกษาพื้นฐานและอาชีวะ การปฏิรูปการจัดสรรงบประมาณตั้งแต่งบประมาณพื้นฐานและงบประมาณเพิ่มเติม ซึ่งควรจะจัดสรรให้เพิ่มเติมตามคุณภาพและบริบทของโรงเรียนในพื้นที่โดยอิงไปกับโรงเรียนของรัฐ

 

 

ที่มา https://www.matichon.co.th/news/865473

ร่วมแสดงความคิดเห็น