ไม่น่าเกลียด!! นักวิชาการชี้หน้าตาซี 11 ศธ.ไม่น่าเกลียด เหลือแค่ดูผลงาน

  • หมวดหมู่ : การศึกษา วันที่ : 28 สิงหาคม 2559
  • เข้าดู : 155 ครั้ง

11

นายภาวิช ทองโรจน์ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวว่า กรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง 3 ราย ได้แก่ นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เป็นปลัด ศธ., นายสุเทพ ชิตยวงษ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เป็นเลขาธิการ กอศ.และนายสุภัทร จำปาทอง รองปลัด ศธ.เป็นเลขาธิการ กกอ.นั้น การแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงของ ศธ.ครั้งนี้ อยู่ในระดับที่น่าพอใจ โดยให้คะแนนว่าที่ปลัด ศธ.อย่างนายชัยพฤกษ์ 8.5 คะแนน จาก 10 คะแนนเต็ม เพราะเคยได้สัมผัสการทำงาน พบว่าเป็นผู้บริหารคนหนึ่งที่ทำงานดีมาก ที่สำคัญมีความซื่อสัตย์ ซื่อตรง ขณะที่นายสุภัทรให้ 8 คะแนน เหมาะสมกับตำแหน่งเลขาธิการ กกอ.เป็นทั้งลูกหม้อเก่า และเคยผ่านการทำงานในหลายหน่วยงาน เป็นคนมีความรู้ เชื่อว่าจะสานงานอุดมศึกษาต่อจาก น.ส.อาภรณ์ แก่นวงศ์ เลขาธิการ กกอ.คนปัจจุบันได้อย่างดี ที่สำคัญรัฐบาลนี้มีแนวโน้มว่า จะปรับโครงสร้าง ศธ.ครั้งใหญ่ โดยแยก สกอ.ออกมาเป็นกระทรวงการอุดมศึกษา ดังนั้น เลขาธิการ กกอ.คนใหม่ ต้องเป็นแกนหลักสำคัญที่จะเชื่อมโยงการทำงานในอนาคต ส่วนนายสุเทพที่จะมานั่งเป็นเลขาธิการ กอศ.คนใหม่ ไม่กล้าให้คะแนน เพราะไม่เคยรู้จักเป็นการส่วนตัว แต่ภาพรวมการแต่งตั้งระดับ (ซี) 11 ของ ศธ.ครั้งนี้ ก็ไม่ถือว่าน่าเกลียด

นายสมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า รายชื่อผู้บริหารซี 11 ของ ศธ.ที่ออกมาครั้งนี้ ไม่ถึงกับน่าเกลียด หากเต็ม 10 คะแนน ให้ 6.5 คะแนน เพราะเท่าที่ดูการแต่งตั้งไม่ได้เลือกจากเนื้องาน แต่เลือกจากการทำงานสนองนโยบายของรัฐมนตรีว่าการ ศธ.เป็นหลัก ซึ่งในส่วนของนายสุเทพที่ไปเป็นเลขาธิการ กอศ.และนายชัยพฤกษ์ที่ถูกโยกไปเป็นปลัด ศธ.นั้น เชื่อว่าจะสานงานต่อเนื่องได้ เพราะทั้ง 2 คน มีความรู้เชื่อมโยงทั้งระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และอาชีวศึกษา แต่ที่น่ากังวลคือสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ที่ค่อนข้างวิกฤต และที่ผ่านมาผู้บริหารไม่ให้ความสำคัญ ทำให้มีปัญหาหมักหมม ดังนั้น จึงต้องการเลขาธิการ กกอ.ที่ทำงานเชิงรุก กล้าลุยงาน และกล้าตัดสินใจ ซึ่งในส่วนของนายสุภัทร ส่วนตัวยังไม่ค่อยเห็นผลงานในเชิงบริหารมากนัก ทั้งนี้ ต้องรอดูผลงานของทั้ง 3 คน จากนี้คงต้องทำงานหนัก โดยเฉพาะการปฏิรูปการศึกษา

 

ที่มา http://www.matichon.co.th/news/262378

ร่วมแสดงความคิดเห็น