สกสค.เตรียมใช้ที่ดิน 47 ไร่ค้ำประกันวงเงินกู้

  • หมวดหมู่ : การศึกษา วันที่ : 11 มกราคม 2560
  • เข้าดู : 45 ครั้ง

สกสค.เล็งใช้ที่ดิน 47 ไร่ย่านลาดพร้าวค้ำประกันวงเงินกู้ แก้หนี้องค์การค้าฯ หวั่นถูกอายัติบัญชีเพิ่ม พร้อมฟื้นฟูศูนย์พัฒนาชีวิตครู หวังแก้ปัญหาหนี้สินให้ครู.

วันนี้ (11 ม.ค.) ดร.พิษณุ ตุลสุข รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคคลากรทางการศึกษา(สกสค.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ ตนได้ประชุมร่วมกับผู้บริหาร สกสค. เกี่ยวกับการปรับโครงสร้าง สกสค. ครั้งใหญ่ ซึ่งจะมีทั้งการยุบรวมหน่วยงานภายใน และตั้งหน่วยงานใหม่ เพื่อให้การบริหารงานและการดูแลคุณภาพชีวิตครูเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยที่ประชุมมีมติยุบสำนักแผนยุทธศาสตร์ไปรวมกับกลุ่มอำนวยการ และเพิ่มสำนักตรวจติดตามและประเมินการทำงาน จากเดิมที่มีเพียงสำนักประเมินภายใน ซึ่งมีปัญหาในเรื่องการตรวจสอบข้อมูลสมาชิกการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเหลือเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) และสมาชิกการฌาปนกิจสงเคราะห์เพื่อช่วยเหลือเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษาในกรณีคู่สมรสถึงแก่กรรม (ช.พ.ส.) ทำให้ยากต่อการติดตาม โดยเฉพาะกลุ่มผู้เกษียณฯที่อาจลืมชำระค่าสงเคราะห์รายศพ ซึ่งหากขาดส่ง 3 งวดติดต่อกัน ก็จะถูกถอดชื่อออกจากการเป็นสมาชิก ทำให้เสียสิทธิ์ได้ ดังนั้นสำนักตรวจติตามฯที่ตั้งขึ้นมาจะทำงานประสานกับ สกสค.จังหวัด ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้การติดตามครูมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งนี้จะมีการเสนอโครงสร้างใหม่ให้ บอร์ด สกสค.ที่มี รมว.ศธ. เป็นประธาน ให้ความเห็นชอบก่อน จากนั้นจะมีการปรับอัตรากำลัง ซึ่งคาดว่าจะเริ่มงานตามโครงสร้างใหม่ได้ภายในเดือนเมษายนนี้

ด้าน นายวิวัฒน์ อ้นน่วม รองเลขาธิการ สกสค. กล่าวว่า การปรับโครงสร้างครั้งนี้ ตนได้รับมอบหมาย ให้เป็น ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาชีวิตครู ซึ่งจะมีการฟื้นฟูการทำงานขึ้นมาใหม่หลังจากที่ศูนย์นี้ถูกลดบทบาทลง โดยจะมีการปรับองค์ประกอบการทำงาน รวมถึงจะนำเรื่องการแก้ปัญหาหนี้สินครูมาเป็นหนึ่งในภารกิจหลักของศูนย์นี้ด้วย ส่วนการบริหารงานองค์การค้าของ สกสค. นั้น ยังไม่ทราบทิศทางที่ชัดเจน แต่เบื้องต้นจะเร่งแก้ปัญหาหนี้สิน ในส่วนที่ต้องจ่ายให้แก่พนักงาน จำนวน 1,210 ล้านบาทตามคำสั่งศาลฎีกาก่อน เพื่อไม่ให้กระทบกับการบริหารธุรกิจ

หลังศาลฎีกามีคำสั่ง ให้องค์การค้าฯจ่ายเงินให้แก่พนักงาน ผู้ได้รับผลกระทบหลายคนยังไม่มั่นใจ จึงขอให้ศาลมีคำสั่งอายัติบัญชีเงินฝากของสกสค. ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการอายัติไปแล้ว 1 บัญชี เป็นเงิน 98 ล้านบาท และทางธนาคารได้แจ้งขออายัติบัญชีเงินฝากเพิ่มอีก เนื่องจาก สกสค.มีบัญชีเงินฝากทั้งหมด 30-40 บัญชี เป็นเงินรวมกว่า 3,000 ล้านบาท นายวิวัฒน์กล่าวและว่า ในการประชุมคณะกรรมการ สกสค. เมื่อเร็ว ๆ ได้เห็นชอบให้ สกสค.นำที่ดินขององค์การค้าฯ มาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้กับสถาบันการเงิน โดยองค์การค้าฯมีที่ดินทั้งหมด 9 แปลง ราคาประเมินรวม 3,700 ล้านบาท ซึ่งที่ดินที่คาดว่าจะนำมาใช้ในการค้ำประกันวงเงินกู้ คือ ที่ดินย่านลาดพร้าวจำนวน 47 ไร่ เนื่องจากมีราคาประเมินสูงสุด

 

ที่มา http://www.dailynews.co.th/education/548257

ร่วมแสดงความคิดเห็น