"มะปราง" รับผิดโฆษณาเกินจริง พร้อมจ่ายค่าปรับ ยันขอขึ้นทะเบียน อย.ถูกต้อง

  • หมวดหมู่ : บันเทิง วันที่ : 8 พฤษภาคม 2561
  • เข้าดู : 140 ครั้ง

45aoyfwued 1

วันที่ 7 พ.ค. ผู้สื่อข่าว ข่าวสด ได้โทรศัพท์สอบถามไปทาง มะปราง-วิรากานต์ เสณีตันติกุล เจ้าของผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดน้ำหนัก Be curve ร่วมกับ เบลล่า ราณี แคมเปน ถึงเรื่องที่ถูกจับตามว่า Be curve เป็นสินค้าที่โฆษณาเกินจริง ได้มีเจ้าหน้าที่เรียกเข้าไปตรวจสอบหรือยัง นักแสดงสาวเผยว่า ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ติดต่อมาให้เข้าพบเลย งงเหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น สินค้าของเราถึงได้เป็นข่าว แต่ถ้ามีเจ้าหน้าที่เรียกเข้าไปให้ชี้แจงตนพร้อมทันที เพราะว่าตอนนี้ถือเอกสารอยู่ตลอดเวลา

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าเป็นเพราะว่า เบลล่า กำลังดังหรือเปล่า สินค้าของเราถึงได้โดนเพ่งเล็งเป็นพิเศษ นักแสดงสาว กล่าวว่า ร้อยเปอร์เซ็นต์ ตอนนี้เพื่อนเคลื่อนไหวอะไรนิดหน่อย ข่าวก็จะกระจายไว แต่ข่าวที่เกิดขึ้นตนกับเบลล่าเราแท็คมือกันเต็มที่ ตอนนี้มันเป็นเรื่องกระบวนการหลังบ้าน ตนจึงได้เป็นคนที่ออกมาตอบคำถามส่ะส่วนใหญ่ ข่าวที่เกิดขึ้นไม่ได้กระทบกับยอดขายของเรา สินค้าของเรากลับขายดีขึ้น

ถามต่อเรื่องที่การโฆษณา สินค้าของเราที่เห็นในโลกออนไลน์ ที่บอกว่า ชงแล้วผอม ไปกับเบลล่า ซึ่งอันนี้ผิดเป็นการโฆษณาเกินจริง มะปราง ยอมรับว่า อันนี้ผิดชัวร์ค่ะ ก่อนที่จะเป็นข่าว เราไปเข้าไปหาทาง สคบ. อะไรถูกอะไรที่ผิด แล้วทำอย่างไรที่จะถูก หลังจากที่เราได้รับข้อแนะนำแล้ว เราได้แจ้งกับทางตัวแทนจำหน่าย เรามีประกาศเป็นหนังสือจากทางบริษัทแล้วอะไรถูกอะไรผิด ซึ่งตัวแทนจำหน่ายของเรา 90 เปอร์เซ็นต์รับปฏิบัต แต่อีก 10 เปอร์เซ็นต์ที่ทำไม่รู้ เราได้ให้ทางฝ่ายกฏหมายของเราแจ้งเตือนไปเป็นรายบุคคล ถ้าตักเตือนแล้วไม่ทำตาม เราก็จะให้ทางฝ่ายกฏหมายของบริษัทดำเนินทางกฎหมาย

เมื่อถามถามว่า ทางอย. ระบุแล้วว่า เป็นโฆษณาเกินจริง มะปราง กล่าวว่า ตนยินดีเสียค่าปรับ และพร้อมที่จะปรับปรุงตัว ที่ผ่านมาตนระวังเรื่องนี้มาตลอด ส่วนใหญ่เรื่องที่ตนโพสต์ จะเชิญชวนให้ทุกคนออกกำลังกาย ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ไม่ได้โฆษณาสินค้าของเรา แต่เรื่องการโฆษณาที่เกิดเป็นปัญหาก่อนหน้านี้ ตนได้แจ้งตัวแทนจำหน่ายให้เราโฆษณาไปในทิศทางเดียวกัน และทำให้ถูกต้อง แต่สิ่งที่เรารู้สึกดี ตรงที่ อย. ได้ออกมาบอกว่าสินค้าของเรามีเลข อย. ที่ถูกต้อง ตั้งแต่แรกตนเป็นคนที่ตรวจสอบตัวเองมาตลอด และเมื่อเริ่มทำธุรกิจกับเบลล่า เราสองคนก็ระมัดระวัง ให้ความสำคัญกับความถูกต้องและคุณภาพเสมอ

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า กลัวธุรกิจของเราจะเข้าข่าย ธุรกิจแชร์ลูกโซ่ หรือไหม มะปราง ตอบว่า เรื่องนี้ปรางได้เข้าไปคุยกับทาง สคบ. แล้วเช่นกัน ปรางถามทางเจ้าหน้าที่เลยว่า ธุรกิจแชร์ลูกโซ่ คืออะไร เขาก็อธิบายว่ามันเป็นการระดมทุน หรือมีการโฆษณาเกินจริง โดยที่ผู้ที่สั่งจองไม่ได้รับสินค้า ซึ่งบริษัทของปราง มีการเปิดให้สั่งจองสินค้า และมีใบสั่งจองตามปกติของธุรกิจทั่วไป และเราก็ได้จ่ายสินค้าให้กับผู้สั่งจองร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งผู้ที่สั่งจองตอนนี้ได้รับสินค้าครบร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเรื่องนี้ทาง สคบ. ได้รับเรื่องนี้แล้ว คือเราเข้าไปเพื่อแสดงความโปร่งใส่ มีการดำเนินตามขั้นตอน ซึ่งตอนนี้ทาง สคบ. ได้รับใบยื่นเรื่อง และได้ให้เลขใบรับยื่นเรื่อง ตอนนี้แค่ว่าธุรกิจของเป็นธุรกิจรูปแบบไหน

ที่มา Khaosod

ร่วมแสดงความคิดเห็น