ป.ป.ท.ตั้งอนุฯ ไต่ส่วน ซี 8 ศธ.ทุจริตเงินกองทุนเสมา 88 ล.ประสาน ปปง.ไล่เส้นทางเงิน

  • หมวดหมู่ : การศึกษา วันที่ : 20 มีนาคม 2561
  • เข้าดู : 1,802 ครั้ง

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี กรรมการป.ป.ท. เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการป.ป.ท.ว่า ที่ประชุมมีมติให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนนางรจนา สินที นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ ระดับ 8 กระทรวงศึกษาธิการ โดยตั้งข้อกล่าวหากระทำความผิดเป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์, เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่รักษาทรัพย์ ใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต, เป็นเจ้าพนักงานปลอมเอกสาร, เป็นเจ้าพนักงานรับรองเอกสารเพื่อพิสูจน์ความจริงอันเป็นเท็จ และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือโดยทุจริต ตามมาตรา 147 ,151, 161 ,162 และ 157 จากกรณีที่สน.ดุสิต รับแจ้งความจากกระทรวงศึกษาธิการว่าถูกเจ้าหน้าที่เบียดบังงบประมาณ ปี 60 นำเงินไปเข้าบัญชีบุคคลอื่นเป็นเงิน 18.8 ล้านบาท

พล.ต.อ.จรัมพร. กล่าวต่อว่า หลังรับแจ้งความตำรวจได้ส่งสำนวนมาให้ป.ป.ท.สอบสวนขยายผลถึงผู้ร่วมกระทำความผิด พร้อมติดตามทรัพย์ โดยก่อนหน้านี้กระทรวงศึกษาได้ตรวจสอบภายในพบเบาะแสทุจริต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาจึงสั่งการให้ตรวจสอบย้อนหลังไปจนถึงปี 2551 โดยในแต่ละปีกองทุนเสมาฯจะได้รับอนุมัติงบประมาณปีละ 10-30 ล้านบาท และถูกโอนเงินไปพักไว้ในบัญชีแม่ น้องชาย น้องสาว น้องสะใภ้ และลูกศิษย์ของนางรจนา รวมถึงบัญชีของบุคคลอื่นๆ รวม 22 บัญชี จากนั้นจึงโอนกลับเข้าบัญชีของตนเอง. ในชั้นสอบสวนนางรจนารับสารภาพว่าเป็นผู้ดำเนินการเพียงคนเดียว โดยมีหน้าที่เป็นผู้ช่วยเลขาจดบันทึกรายงานการประชุม หลังจากปลัดกระทรวงพิจารณาอนุมัติกองทุนให้กับนักเรียนที่มีสิทธิตามที่โรงเรียนต่างๆ ในกลุ่มโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์, โรงเรียนสมเด็จพระปิยมหาราช, วิทยาลัยพยาบาลพระบรมราชชนนี และราชประชาสงเคราะห์ได้ส่งรายชื่อมา หลังการประชุมนางรจนาจะทำเอกสารต่างๆ แทนที่จะนำเงินเข้าบัญชีของนักเรียนแต่กลับทำเอกสารระบุรายชื่อบัญชีของเครือญาติมาสอดแทรกเข้าไปเพื่อรับเงินแทนก่อนเสนอผู้บังคับบัญชาอนุมัติเงิน โดยผู้ขอรับทุนบางส่วนได้รับเงินจริง บางส่วนก็เข้าไปในบัญชีเครือญาติ

นางรจนาให้การว่า ในการโอนเงินได้อ้างกับญาติว่าเป็นเงินที่ได้จากการทำธุรกิจขายตรงนำไปฝากไว้ ซึ่งในประเด็นนี้ป.ป.ท.ยังใม่ปักใจเชื่อ จะต้องตรวจสอบไปยังทุกรายชื่อที่มีเงินเข้าบัญชีว่า เป็นบัญชีของบุคคลนั้นจริงหรือไม่ และเงินถูกโอนไปอยู่ที่ใครบ้าง โดยจะเริ่มสอบสวนในปีงบประมาณ 60 ก่อน ซึ่งมีบัญชีที่เปิดอยู่ 22 บัญชี และปิดไปแล้ว 22 บัญชี พล.ต.อ.จรัมพร กล่าว

พล.ต.อ.จรัมพร กล่าวด้วยว่า คำรับสารภาพของนางรจนาป.ป.ท.ยังไม่เชื่อ ว่าคนเพียงคนเดียวจะสามารถโกงได้เป็นระบบ ที่ประชุมจึงให้ตรวจสอบเส้นทางการเงิน โดยประสานกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ว่ามีความเชื่อมโยงทางการเงินไปยังบุคคลที่สูงกว่าข้าราชการระดับ 8 หรือไม่ ขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียดว่าเงินที่ถูกนำไปพักในบัญชีญาติและบุคคลอื่นๆ ได้โอนกลับมาให้นางรจนาเต็มจำนวนหรือไม่ หรือไหลไปอยู่ในบัญชีใครอีกบ้าง ทั้งนี้กองทุนเสมาพัฒนาชีวิตได้เริ่มจัดตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2538 โดยได้รับเงินสนับสนุนจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ต่อมารัฐบาลก็ได้จัดสรรเงินอุดหนุนเพิ่มเติมเป็น 60 ล้านบาท ปัจจุบันเงินที่นางรจนาเบียดบังไปเป็นของตัวเองสูงถึง 88 ล้านบาท

 

 

 

ที่มา https://www.matichon.co.th/news/883331

ร่วมแสดงความคิดเห็น