ชี้รับตรงร่วมกันเหมือนเอนทรานซ์สมัยก่อน

  • หมวดหมู่ : การศึกษา วันที่ : 28 สิงหาคม 2559
  • เข้าดู : 109 ครั้ง

12

ปลัด ศธ.ชี้ระบบรับตรงร่วมกันเหมือนย้อนไประบบเอนทรานซ์ ต่างกันแค่เด็กรู้คะแนนล่วงหน้าสามารถนำไปยื่นในคณะหรือสาขาวิชา เพื่อรับการคัดเลือกได้เลย แถมมีโอกาสถึง 2 ครั้ง ด้าน ทปสท.เห็นด้วยช่วยลดภาระของเด็กและไม่ต้องวิ่งรอกสอบ.

วันนี้(26ส.ค.)รศ.นพ.กำจร ตติยกวี ปลัดกระกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา ภายใต้กติกาว่า เด็กไม่ต้องวิ่งรอกสอบ ไม่เสียค่าใช้จ่ายจำนวนมาก ต้องเรียนจนจบ ม.6 และต้องจัดสอบหลังเด็กจบ ม.6 แล้ว ว่า จากการหารือร่วมกับผู้แทนจากมหาวิทยาลัยรัฐ มหาวิทยาลัยเอกชน และผู้แทนที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)เมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้ข้อสรุปว่า ระบบการสอบรับตรงร่วมกัน จะช่วยแก้ปัญหาตามโจทย์ดังกล่าวได้ โดยให้สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ(สทศ.)จัดสอบหลังเด็กจบ ม.6 แล้ว โดยกระจายสนามสอบไปทั่วประเทศ ขณะที่มหาวิทยาลัยจะต้องเปิดเผยข้อมูลและองค์ประกอบที่ใช้ในการรับเด็ก รวมถึง และจำนวนที่เปิดรับ ทั้งระบบโควตา และระบบอื่นด้วย

วิธีนี้จะคล้ายกับระบบเอนทรานซ์เดิม เพียงแต่เด็กจะรู้คะแนนล่วงหน้า และเลือกสมัครเรียนคณะ/สาขาที่คะแนนถึงได้ 4 อันดับ แล้วมหาวิทยาลัยก็จะคัดเลือกเด็กรอบที่หนึ่ง จากนั้นมหาวิทยาลัยจะส่งชื่อเด็กเข้าระบบเคลียร์ริงเฮาส์ เพื่อแจ้งผลการคัดเลือกไปให้เด็ก ซึ่งคนที่สอบติดหลายที่ก็ต้องเลือกว่าจะเรียนที่ไหน หากมีที่นั่งเหลือก็จะมีการเปิดรับสมัครเข้าสู่ระบบเคลียร์ริงเฮาส์รอบสองได้ โดยเลือกได้อีก 4 อันดับ เท่ากับเด็กจะมีโอกาส 2 ครั้ง และถ้ายังไม่มีที่เรียนก็สามารถติดต่อโดยตรงกับมหาวิทยาลัยที่ยังมีที่นั่งเหลือได้ ปลัดศธ.กล่าวและว่า ระบบใหม่นี้ เด็กแทบจะไม่ต้องวิ่งรอกเลย เพราะการสมัครและยื่นคะแนนจะดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ มีสนามสอบทั่วประเทศ ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายที่เด็กต้องเสีย ยังไม่มีการหารือ แต่เท่าที่ดูคิดว่า น่าจะเสียค่าใช้จ่ายเพียง 2 ส่วน คือ ค่าสมัครสอบกับค่าเคลียร์ริงเฮาส์

ผศ.ดร.รัฐกรณ์ คิดการ ประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการ มหาวิทยาลัยราชภัฎ(มรภ.)นครราชสีมา ในฐานะประธานที่ประชุมสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทย (ทปสท.) กล่าวว่า ทปสท.ได้มีการพูดถึงเรื่องนี้ ซึ่งเห็นด้วยกับระบบดังกล่าว เพราะคิดว่าเป็นประโยชน์มากกว่าระบบเดิม เนื่องจากทุกวันนี้มหาวิทยาลัยมีการเปิดรับตรงจำนวนมาก เด็กต้องเตรียมตัวเพื่อสอบตรงตั้งแต่ ม.5 ทำให้เป็นภาระ และต้องวิ่งรอกสอบ ที่สำคัญต้องเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมากด้วย

ที่มา http://www.dailynews.co.th/education/519637

ร่วมแสดงความคิดเห็น